Category: เทนนิส

ซิโมน่า ฮาเล็ป หัวใจเธอช่างน่ากราบ

ความสวยงามเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสตรีเพศโดยธรรมชาติ นักกวีมักเปรียบอิสตรีกับของสวยงามเสมอไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ดวงดารา กระทั่งสิ่งเหนือจินตนาการ ด้วยธรรมชาติของเพศหญิงทำให้พวกเธอต้องทำให้ตัวเองดูสาวดูสวยอยู่เสมอ ตรงไหนไม่สวยต้องแต่งเติมตรงไหนไม่เฟิร์มต้องจัดการ ทุกวันนี้ศัลยกรรมความงามจึงเป็นเหมือนพรวิเศษที่พระเจ้าประทานลงมาแก่เหล่ามวลมนุษย์ แน่นอนว่าความสวยงามนั้นมิได้จำกัดแค่บนดวงหน้า รูปร่างเองก็สำคัญโดยเฉพาะหน้าอกที่เชื่อกันว่ายิ่งอวบอิ่มก็ยิ่งสวมใส่เสื้อผ้าได้สวยงาม หลายคนจึงมักเลือกจะศัลยกรรมจุดนี้ก่อนเพื่อน ทว่าสำหรับซิโมน่า ฮาเล็ปนักเทนนิสสาวชาวโรมาเนี่ยนเธอไม่คิดเช่นนั้น จึงจัดการหั่นหน้าอกอันสวยงามของตัวเองทิ้งแบบช็อคโลก

การตัดสินใจของนักเทนนิสหญิงวัย 17 ปี ณ ขณะนั้นทำให้หลายคนอดเสียดายไม่ได้ว่าทำไมของดีต้องไปตกอยู่กับคนที่ไม่ต้องการ ซึ่งจริง ๆ แล้วฮาเล็ปเองก็ใช่ว่าจะตัดสินใจได้ง่าย ๆ เพราะหากเส้นทางสายนักกีฬาไปไม่รุ่งเธอสามารถมุ่งสู่วงการถ่ายแบบเซ็กซี่ได้สบาย ๆ เพราะซิโมน่า ฮาเล็ปถือเป็นสาวร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มที่มีความอวบอิ่มเฉพาะจุดอันลงตัวทำให้ทรวดทรงของเธอมีความเป็นนาฬิกาทรายอันเป็นรูปร่างในฝันของวงการนางแบบ แต่สุดท้ายนักเทนนิสสาวร่างสบึมก็ตัดสินใจเดินเข้าคลินิกศัลยกรรมเพื่อลดขนาดทรวงอกของเธอจาก 34DD ลงเหลือ 34C ในปี 2009 ด้วยเหตุผลว่าหน้าอกอันใหญ่โตของเธอเป็นอุปสรรคในการหวดลูกสักหลาด

“น้ำหนักของมันสร้างปัญหาให้ฉันจนเกินจะทน ฉันเล่นกีฬาประเภทที่ต้องอาศัยปฏิกริยาโต้ตอบแบบฉับไวแต่หน้าอกมันทำให้ฉันรู้ลำบากเวลาเล่น มันเป็นปัญหาไม่เว้นแม้แต่ในชีวิตประจำวัน ฉันเลยต้องเข้ารับการผ่าตัด” ฮาเล็ปกล่าว

นอกจากนี้เธอยังยอมรับว่ามีหลายครั้งที่เธอตั้งใจจะหวดแร็กเก็ตไปในทิศทางที่ต้องการแต่หน้าอกของเธอเกะกะทำให้วาดแขนไปไม่ถึงองศานั้น ๆ เหนือสิ่งอื่นใดการตัดสินใจเช่นนี้ผู้คร่ำหวอดในวงการกีฬาหลายคนมองว่าสาวร่างเล็กเชื่อมั่นว่าตัวเองเก่งพอจะเอาดีทางด้านกีฬาได้แน่ ๆ โดยไม่ต้องพึ่งรูปร่างอันเพอร์เฟ็คไต่เต้าสู่วงการนางแบบ ดังนั้นจึงต้องย้อนกลับไปดูกันว่าหลังจากผ่าตัดลดขนาดหน้าอกในปี 2009 ซิโมน่า ฮาเล็ปประสบความสำเร็จบนเส้นทางนักกีฬาเทนนิสบ้างหรือไม่? VWIN รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว

1.ก้าวเข้าสู่ทำเนียบนักเทนนิสหญิง Top 50 ของโลกในปี 2011-2012

2.ได้รับการถูกเสนอชื่อและได้รับคะแนนโหวตจากแฟน ๆ ให้เป็นนักเทนนิสหญิงยอดนิยมในรายการต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2012 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

3.ปี 2013 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเธอเพราะสามารถกว้านแชมป์ดับเบิลยูทีเอไปครองได้ถึง 6 ใบ แถมไต่แรงกิ้งขึ้นมาอยู่ในอันดับท็อปเท็นเป็นครั้งแรกในชีวิต

4.ต่อยอดความสำเร็จในปี 2013 และฟอร์มการเล่นยังเป็นกราฟขาขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เธอก้าวกระโดดขึ้นไปเป็นนักเทนนิสหญิงอันดับที่ 2 ของโลก

5.ตั้งแต่ปี 2013-2017 การเข้ารอบลึก ๆ เข้ารอบชิง คว้าแชมป์กลายเป็นเรื่องธรรมดาของนักเทนนิสสาวชาวโรมาเนียและหลังจากคว้าแชมป์แกรนด์ สแลม เฟรนช์ โอเพ่น 2018 เธอก็สมหวังอีกครั้งเมื่อขึ้นไปเป็นอันดับ 1 ของโลกได้อย่างที่ใจต้องการ

ถึงตรงนี้เราสามารถพูดได้เต็มปากว่าในแง่ความสำเร็จการตัดสินใจสละบางส่วนของร่างกายออกเพื่อเล่นเทนนิสของซิโมน่า ฮาเล็ปเป็นความคิดที่ถูกต้อง แต่เหนือสิ่งอื่นใดการที่เธอยอมสละของขวัญจากฟ้านั้นแสดงให้เห็นได้เป็นอย่างดีว่าเธอมีความรักต่อกีฬาเทนนิสมากขนาดไหนซึ่งไม่ใช่แค่ฝีมือของเธอเท่านั้นแต่หัวจิตหัวใจของเธอเองก็น่ากราบไม่แพ้กัน เพราะจะมีสักกี่คนที่ยอมเจ็บตัว ยอมเสียเลือดและยอมลำบากในการทำตามความฝันทั้ง ๆ ที่มีหนทางสบายกว่าอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ

ความเหมือนและความต่างในกีฬาแบดมินตันและเทนนิส

ถ้ากล่าวถึงกีฬาแบดมินตันและกีฬาเทนนิสเชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักกีฬาทั้ง 2 ชนิดนี้แน่นอน เพราะกีฬาทั้ง 2 ชนิดนี้ติดอันดับยอดนิยมต้น ๆ ของคนไทยเลยทีเดียว ซึ่งนักกีฬาของไทยก็สร้างชื่อเสียงให้ประเทศด้วยกีฬาทั้ง 2 ชนิดนี้ได้ไม่น้อยเลย ไม่ว่าจะเป็น นักแบดมินตันสาวไทย อย่างน้องเมย์ รัชนก  อินทนนท์, น้องแนท ณิชชาอร จินดาพล หรือนักเทนนิสชื่อดังอย่าง ภราดร ศรีชาพันธ์, แทมมารีน ธนสุกาญจน์ เชื่อว่าทุกคนรู้จักกันดี กีฬาทั้ง 2 ชนิดนี้มีลักษณะบางอย่างคล้ายกัน แต่ก็มีความต่างกันด้วย แต่ความสนุกและความน่าสนใจของกีฬาทั้ง 2 ชนิดนี้ ไม่ทิ้งห่างกันเลย

รู้จักความเป็นมาคร่าว ๆ ของกีฬาทั้ง 2 ชนิดนี้กันหน่อย

สันนิษฐานว่ากีฬาทั้ง 2 ชนิดนี้น่าจะเข้ามาในเวลาใกล้ ๆ กัน โดยกีฬาแบดมินตันน่าจะเข้ามาก่อน เนื่องจาก ประมาณปีพ.ศ.2456 กีฬาแบดมินตันเข้ามาในไทยโดยเริ่มต้นจากการเล่นกันเองในบ้านของพระยาท่านหนึ่งในไทย ซึ่งท่านขึงตาข่ายเองและเริ่มเล่นในบ้านพักใกล้ริมคลอง ส่วนกีฬาเทนนิส สันนิษฐานว่าเริ่มเข้ามาในไทยโดยเจ้านายชั้นสูงและข้าราชการไทยในช่วงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประมาณปี 2460 ต่อมาประชาชนก็เริ่มให้ความนิยมในกีฬาทั้ง 2 ชนิดนี้มากขึ้น ความคล้ายกันของชนิดกีฬาทั้ง 2 ประเภทนี้มีหลายอย่าง เช่น สนามของทั้ง 2 ชนิด ต้องเป็นสนามที่มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยความกว้างxยาวของสนามเทนนิสอยู่ที่ประมาณ 8×23 เมตร ส่วนของแบดมินตันอยู่ที่ 6×13เมตร โดยประมาณ หรือการแต่งกายในการลงแข่งของนักกีฬาทั้ง 2 ชนิดก็มีส่วนคล้ายคลึงกัน ไม่ต่างกันมากนัก หรือการเล่นที่ต้องมีตาข่ายขึงเพื่อกั้นระหว่าง 2 ฝ่าย มีการใช้ไม้ตีกับลูกโต้กันไปมาเหมือนกัน เป็นต้น ส่วนความต่างที่พอจะเห็นได้ของกีฬาทั้ง 2 ชนิดนี้ น่าจะอยู่ที่ อุปกรณ์การเล่น เช่น ไม้ที่ใช้ตีลูก น้ำหนักของไม้ตีที่ดีควรมีความเบาทั้ง 2 ชนิด ความต่างของวัสดุไม้เทนนิสทำจาก 1.อลูมินั่ม มีน้ำหนักเบาและแข็งแรง 2.กราไฟท์ผสม คืออลูมินั่มผสมกราไฟท์ เนื้อแข็ง และ 3.กราไฟท์100%  แข็งแรง น้ำหนักเบา ส่วนไม้แบดมินตัน (ไม้แร็กเก็ต) ผลิตจาก ไม้ผสมโลหะ และโลหะล้วน น้ำหนักจะไม่เท่ากัน  ซึ่งน้ำหนักที่ดีของไม้แร็กเกต ควรจะอยู่ที่ประมาณ 4-5.5 ออนซ์ ส่วนลูกที่ใช้ตีของแบดมินตัน หรือที่เรียกว่าลูกขนไก่ซึ่งจะมีลักษณะ เป็นวัสดุธรรมชาติ หรือวัสดุสังเคราะห์ก็ได้ ส่วนหัวเป็นไม้คอร์ก หุ้มด้วยหนังบางม้วนด้วยขนไก่ 16 ชิ้นยาว 2 นิ้ว เส้นผ่านศูนย์กลางลูกขนไก่อยู่ที่ 1-1 1/8 นิ้ว ส่วนลูกเทนนิส ในสมัยก่อนจะทำจากหนังสัตว์ และยัดด้วยเส้นผมแต่ในปัจจุบันทำจากแผ่นยางขึ้นรูปโดยนำมาอัดและอบด้วยความร้อนสูงใช้ผ้าสักหลาดห่อหุ้ม เส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่ 6.35-6.67 ซม. นี่อาจเป็นเพียงบางส่วนที่พอจะเห็นได้ถึงความเหมือนและแตกต่างในกีฬา 2 ชนิดนี้

ความสนุกในการเชียร์

ความต่างสนุก ๆ อีกเรื่องของ 2 ชนิดกีฬานี้คือเรื่องของกองเชียร์ โดยส่วนใหญ่ที่เราจะเห็นกันอย่างชัดเจนเลยคือ การเชียร์เทนนิสจะต้องใช้ความสงบเงียบเป็นอย่างมากเพื่อสร้างสมาธิให้กับนักกีฬาที่แข่งขัน ซึ่งการปรบมือหรือการส่งเสียงเชียร์นั้นจะมีแค่ช่วงที่นักกีฬาทำคะแนนได้เท่านั้น แต่ในกีฬาแบดมินตันแล้วนั้น ยิ่งเชียร์ดัง ส่งเสียงเฮ ! ยิ่งทำให้นักกีฬารู้สึกฮึกเหิมจนอยากจะคว้าชัยชนะกลับบ้านให้จงได้ กองเชียร์และการเชียร์ก็เป็นตัวส่งผลแพ้ชนะให้นักกีฬาในการแข่งขันบางประเภทได้เหมือนกัน

ความคิดผิด ๆ ส่วนใหญ่ที่มีกับกีฬาเทนนิส

กีฬาเทนนิสในสายตาของหลายคนอาจจะมองว่าเป็นกีฬาที่ต้องมีทุนทรัพย์มากสักนิด เพราะอุปกรณ์ที่ใช้ สนามแข่ง เครื่องแต่งกาย ล้วนเป็นเรื่องที่มีราคาค่อนข้างสูงกว่ากีฬาทั่วไปอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นไม้เทนนิสที่มีราคาเริ่มต้นจากหลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น เครื่องแต่งกายที่มีราคาหลักพัน หรือแม้แต่ค่าเรียน ค่าสนามที่ใช้ฝึกซ้อม เป็นเรื่องที่ต้องมีทุนทรัพย์สักนิดในการฝึกซ้อม แต่หากสนใจกีฬาชนิดนี้จริงแล้วก็มีอีกหลายขั้นตอนที่ช่วยให้เราฝึกกีฬาชนิดนี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเยอะอย่างที่คิด

การเริ่มต้นเล่นเทนนิสควรเป็นอย่างไร

หากว่าเราสนใจในกีฬาชนิดนี้และต้องการจะฝึกฝนและมุ่งมั่นอยากฝึกเพื่อเป็นสายอาชีพในอนาคต สิ่งที่เราควรเริ่มต้นคือการมองหาไม้เทนนิสที่ถนัดมือสักชิ้น ซึ่งก็ไม่ยากที่จะมองหาในราคาย่อมเยา อาจจะดูจากไม้เทนนิสมือสองหรือร้านที่ขายใช้ราคาหลักร้อยตามกำลัง แล้วค่อยพัฒนาไปเรื่อย ๆ ตามการฝึกฝนของเรา สำหรับลูกเทนนิสราคาไม่สูงนัก ส่วนเรื่องเครื่องแต่งกายก็ไม่ไม่ยุ่งยากมีแบบไหนใส่แบบนั้นไปก่อนเลย หากต้องการความสบายและคล่องตัวเราค่อยพัฒนาไปพร้อมกับการฝึกของเรา ตาข่ายสำหรับขึงตีเทนนิสก็มีให้เลือกมากมาย บางครั้งถ้าเราต้องฝึกฝนเองเราอาจจะใช้อุปกรณ์ที่พอมีในบ้านไปก่อนไม่จำเป็นต้องเป็นตาข่ายจริง สนามที่ใช้ฝึกฝนหากมีพื้นที่เหลือหน้าบ้านหรือมีบริเวณบ้านพอที่จะฝึกเล่นได้ก็อาจจะลองฝึกที่บ้านดูก่อน ในการฝึกหรือถ้าต้องการฝึกโดยเช่าสนามก็มีให้บริการหลายแห่ง ราคาก็แล้วแต่สถานที่นั้น ๆ โดยส่วนใหญ่คิดเป็นชั่วโมงราคาแค่หลักร้อย ซึ่งปัจจุบันสนามฝึกเทนนิสมีอยู่เยอะมากโดยเฉพาะในกรุงเทพเองสามารถหาที่ฝึกซ้อมได้ไม่ยากประกอบกับสิ่งอำนวยความสะดวกก็มีพร้อม ทั้งล็อคเกอร์ ที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องน้ำที่สะอาด มีพร้อมไว้บริการสะดวกสบาย

อีกสิ่งหนึ่งที่ควรรู้คือ มารยาทในการเล่นกีฬาเทนนิสซึ่งมีมายาวนานหลายปี ทุกการแข่งขันจะเห็นว่า มีการจับมือกันทุกครั้งทั้งก่อนเริ่มแข่งและหลังแข่งเสร็จ การแต่งกายที่เรียบร้อยถูกต้องก็นเป็นส่วนหนึ่งในมารยาทการเล่น การรู้จักขอโทษ ให้เกียรติ แสดงความยินดีกับฝ่ายผู้ชนะก็ถือเป็นมารยาทที่สำคัญ การไม่ขัดขวางการเล่น และการไม่ส่งเสียงดังจนเกินไปก็เป็นสิ่งสำคัญด้วย

วิธีการฝึกซ้อมด้วยตัวเอง

เทคนิคการเล่นเทนนิสด้วยตัวเองซึ่งอาจจะช่วยให้เราสามารถเล่นเทนนิสได้ดีขึ้นเช่น การจัดระเบียบร่างกายของเราในขณะที่จะเริ่มเสิร์ฟ ย่อเข่าเล็กน้อยพร้อมกับดูข้อมือขณะกำลังเสิร์ฟ ในส่วนของร่างกายให้พยายามอยู่ในท่าที่ไม่เกร็ง ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ส่วนขาให้ยืนอย่างมั่นคง ไม่ฝืน การเคลื่อนที่ของเท้าก็สำคัญ ซึ่งต้องขยับเคลื่อนที่ไปตามร่างกายไม่ฝืนหรือเกร็งจนทำให้การขยับตัวไม่เป็นไปตามธรรมชาติ การทรงตัวที่ดี ทั้งร่างกายจะเป็นส่วนช่วยในการเล่นกีฬาเทนนิสได้อย่างคล่องตัวขึ้น

ความหลากหลายของกีฬาเทนนิส

ใครจะรู้บ้างว่าจริง ๆ แล้วกีฬาเทนนิสที่เห็นกันในปัจจุบันไม่ได้มีแค่แบบที่เล่นกันอยู่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีรูปแบบที่น่าสนใจที่แตกต่างกันออกไป ด้วยลักษณะการเล่น แต่ยังคงความเป็นกติกา อุปกรณ์ เครื่องแต่งกาย ในรูปแบบของกีฬาเทนนิสคล้ายเดิม ซึ่งหลายท่านคงรู้จักกันดีอยู่แล้วเกี่ยวกับอุปกรณ์ กติกา เครื่องแต่งกาย แต่บางท่านอาจจะยังไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้วยังมีชนิดและรูปแบบการเล่นเทนนิสที่ต่างออกไป และชวนให้เพิ่มความสนุกตื่นเต้นน่าสนใจและน่าลองในการเล่นกีฬาชนิดนี้เพิ่มขึ้น

ความหลากหลายของเทนนิสที่ต่างออกไป

ความสนุกของการดูกีฬาประเภทนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะต้องมีเรื่องของการออกเสียงขณะตีลูกของนักกีฬาที่ช่วยสร้างความตื่นเต้น เร้าใจในขณะแข่งขัน หรือเสียงของการหวดลูกเทนนิสโต้กันไปมา ก็สร้างความสนุกให้ไม่น้อย หรือแม้แต่เครื่องแต่งกายที่นักกีฬาสวมใส่ก็ทำให้ดูเพลินตลอดการแข่งขัน

แต่ถ้าหากอยากเห็นความแตกต่างในรูปแบบอื่น ๆ ที่ดูน่าสนใจสำหรับกีฬาชนิดนี้ก็ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้างแต่อาจจะไม่เป็นที่รู้จัก หรือนิยมมากนักในประเทศไทย เช่น ปาเดลเทนนิส สำหรับปาเดลเทนนิส เป็นกีฬาที่มาจากประเทศสเปน เป็นกีฬาที่รวมเอา เทนนิส สควอซ แบดมินตัน เข้าด้วยกัน รูปแบบการตี กติกา สนาม เครื่องแต่งกาย มีลักษณะคล้ายคลึงกันที่ดูแตกต่างหน่อยจะเป็นที่อุปกรณ์การตี คือ ไม้ที่ใช้หน้าตาจะแตกต่างกันไปแต่ไม่มากหนัก รวมถึงน้ำหนักของลูกปาเดลเทนนิสจะเบากว่าน้ำหนักลูกเทนนิสเล็กน้อย ในบ้านเรายังไม่นิยมมากนักแต่ก็มีเล่นกันอยู่บ้าง ประกอบกับสนามที่ให้เล่นยังมีน้อยอยู่จึงอาจจะไม่ค่อยได้เห็น

อีกรูปแบบหนึ่งที่น่าจะสร้างความสนุกและเป็นสีสันให้กับการเล่นเทนนิสได้ คือ การเล่นเทนนิสในที่มืด ในสนามที่มืด แต่ผู้เล่นใช้อุปกรณ์การตี และเครื่องแต่งกายที่เรืองแสงหรือที่เรียกว่า Tennis in the dark ทำให้การเล่นเพิ่มความท้าทายมากขึ้น ดูสนุก ตื่นเต้น สวยงาม พร้อมกับลุ้นในการแข่งขันมากขึ้น แต่การเล่นในรูปแบบนี้ในประเทศไทยจะมีจัดขึ้นเป็นครั้งคราว เฉพาะกิจเท่านั้น แต่ในต่างประเทศ อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา การเล่นกีฬาเทนนิสในรูปแบบนี้ มีสถานที่และอุปกรณ์พร้อมให้เล่นอยู่พอสมควรทีเดียว

 เทนนิสอีกรูปแบบหนึ่งที่อยากแนะนำให้รู้จัก เรียกว่า ซอฟท์เทนนิส สำหรับซอฟท์เทนนิสนี้เริ่มต้นมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็มีรูปแบบการตี กติกา สนาม เครื่องแต่งกาย คล้ายกันต่างกันที่ไม้สำหรับตี จะมีลักษณะเบากว่า และลูกที่ใช้ก็จะเบากว่า ของเทนนิสด้วย กีฬาซอฟท์เทนนิสนี้มีการแข่งขันชิงแชมป์ในกีฬาซีเกมส์ด้วย ซึ่งแน่นอนไทยเราก็มีการส่งนักกีฬาเพื่อเข้าร่วมแข่งขันชิงเหรียญกันในกีฬาประเภทนี้ด้วย นับได้ว่าเป็นกีฬาที่นิยมและรู้จักมากกว่า เทนนิส ในรูปแบบแตกต่างอื่นๆ

การสร้างความสนุกกับการเล่นเทนนิส

จะเห็นว่าการเล่นเทนนิสยังมีอะไรที่ดูแตกต่างและน่าสนใจออกไปจากเทนนิสที่เราดูปัจจุบัน แต่ความแตกต่างก็ยังคงความสนุก ความน่าสนใจ น่าตื่นเต้น เร้าใจ ในกีฬาชนิดนี้ตลอดเวลา ทั้งการออกเสียงขณะตีลูก หรือความแปลกกับการตีในที่มืดที่สร้างความสนุกสนาน และลุ้นมากขึ้นในการแข่งขัน แต่ไม่ว่าจะเป็นการเล่นในรูปแบบไหนขอให้เพลิดเพลิน มีความสุข สนุกกับการเล่นกีฬาทุกชนิด ตามกำลังที่เราสามารถนั้น ๆ

Navigation