เพื่อนมีปีก สมาชิกบินได้ของครอบครัววิมเบิลดัน

สนามแข่งขันของแกรนด์ สแลมอย่างวิมเบิลดันเป็นสถานที่ซึ่งมีคนมากมายมารวมกัน ตั้งแต่เริ่มต้นใช้งานเกมวิมเบิลดันในปี 1877 ก็มีจำนวนผู้คนเดินทางมายังสถานที่จัดการแข่งขันนี้จำนวนมาก แต่บางอย่างก็เพิ่มขึ้น มันคือนกพิราบที่มาอาศัยทำรังตามซอกมุมของอาคารทั่วพื้นที่เนื่องจากทุกวิมเบิลดันมีผู้คนมากขึ้น และอาหารเหลือจากเศษที่คนทิ้งไว้ก็มากตามด้วย

สมาคมออล อิงแลนด์ ลอน เทนนิสและโครเก้ต์ คลับเลือกที่จะหาวิธีไล่นกพิราบไปไกล ๆ จากพื้นที่แข่งขันด้วยวิธีการธรรมชาติ และวิธีการที่พวกเขานึกออกคือใช้เหยี่ยวมาทำให้พวกนกพิราบกลัวและหนีไป

รูฟัส เป็นเหยี่ยวสายพันธุ์จากแทบอเมริกากลางที่เรียกว่า Harris Hawk ถูกนำเข้ามายังเกาะอังกฤษในปี 2002 และมันได้ทำหน้าที่เคลียร์ท้องฟ้าเหนือเซ็นเตอร์ คอร์ทและพื้นที่ 49 เอเคอร์ของวิมเบิลดันให้ปราศจากนกพิราบรบกวนมาตั้งแต่ปี 2007 โดยตอนที่มันเข้ามารับงานเจ้าฮามิช เหยี่ยวอีกตัวกำลังจะปลดระวาง

เกียรติประวัติของรูฟัสในการทำหน้าที่ของมันคือการคุมพื้นที่ท้องฟ้าวิมเบิลดันทุกปี รวมไปถึงการแข่งขันเทนนิสในกีฬาโอลิมปิกที่ลอนดอนเป็นเจ้าภาพด้วย ซึ่งด้วยหน้าที่นี้ทำให้มันกลายเป็นนกดังที่มีคนให้ความสนใจเยอะมาก และกลายเป็นเหตุให้มันโดนลักพาตัวในเดือนมิถุนายน 2102 ซึ่งปกติอิโมเจน เดวิส ผู้ดูแลของมันจะพามันกลับบ้านที่คอร์บี้ในนอร์ธแฮมเชียร์หลังหมดงาน แต่ช่วงดังกล่าวมันต้องประจำการที่ลอนดอน ทำให้สบโอกาสที่คนร้ายจะลักพาตัว ซึ่งกลายเป็นข่าวดังไปทั่วอังกฤษในฐานะนกที่คุณก็รู้ว่าใคร สามวันให้หลังมันถูกพบที่สวนเปิดที่เป็นเขตอนุรักษ์นกในวิมเบิลดันแบบมีอาการเจ็บขาเล็กน้อย

ความฮิตและฮอตของรูฟัส ทำให้มันกลายเป็นเหยี่ยวที่มีทวิตเตอร์ส่วนตัวแถมมีคนติดตามมากถึง 5,000 คน และมันยังเป็นส่วนหนึ่งของงานเขียนระดับติดตลาดของเฮเลน แม็คโดนัลด์ ในชื่อหนังสือ “H is for Hawk” ที่นักเขียนหญิงบอกว่าระหว่างการเขียนเกี่ยวกับการฝึกเหยี่ยว มันช่วยให้เธอผ่านช่วงที่สูญเสียบิดาได้

เข้าสู่ปี 2018 เทนนิสวิมเบิลดันก็ยังคงจัดการแข่งขันตามปกติ แต่การก่อสร้างอาคารครอบเซ็นเตอร์ คอร์ทให้ใหญ่ขึ้นและทำหลังคาเปิดปิดได้ ทำให้มีซอกมุมบนหลังคาเพิ่มจำนวนมาก และพวกนกพิราบก็พร้อมใจกันมาอาศัยทำรังและออกไข่ แพร่ลูกแพร่หลานในช่วงเวลาดังกล่าว งานของรูฟัสเพิ่มขึ้นหลายเท่าจนมีการนำเสนอข่าวเรื่องจำนวนงานที่เกินกำลังของมัน แต่ครอบครัวเดวิสซึ่งทำธุรกิจเรื่องฝึกนกวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว พวกเขาพา Pollux เด็กฝึกหัดไล่นกพิราบซึ่งเป็นลูกของรูฟัสมาลองเริ่มงานด้วย

วิมเบิลดันในปีนี้ร้อนมากกว่าปกติ อิโมเจนเลยต้องเพิ่มการดูแลและจัดตารางเวลาของรูฟัสใหม่ โดยทุกช่วงกลางวันมันจะได้อาบน้ำหลังบินตรวจการตั้งแต่ตีห้าถึงเก้าโมงเช้าเรียบร้อย จากนั้นก็จบงานเมื่อประตูของวิมเบิลดันเปิดให้แฟนเทนนิสเข้าชม

รูฟัสคือมาตรการรักษาความเรียบร้อยที่เกิดจากไอเดียชั้นดี มันแก้ปัญหาได้ตรงจุด แถมยังกลายที่เรื่องราวที่น่าสนใจของศึกเทนนิสวิมเบิลดันไปอีกเรื่องหนึ่งด้วย และเพราะการมีมันอยู่ทำให้ศึกเทนนิสออล อิงแลนด์อย่างวิมเบิลดัน 2018 ผ่านไปด้วยความเรียบร้อยอีกปี

 

สถาบันเทนนิสที่เจ๋งที่สุดในโลก

การจะกลายเป็นนักเทนนิสที่เก่งและประสบความสำเร็จในวงการปัจจุบัน เหล่านักเทนนิสทั้งหลายที่โด่งดังในตอนนี้ส่วนใหญ่ถูกปูพิ้นฐานจากการเข้าคอร์สเรียนในอะคาเดมี่เทนนิสที่ใดที่หนึ่งบนโลก สถาบันเทนนิสเหล่านี้เองที่ได้สร้างนักกีฬาชั้นนำออกมาแข่งขันกัน พร้อมกันนั้นในทุกครั้งที่อดีตนักเรียนของพวกเขากลายเป็นนักเทนนิสมีชื่อ สถาบันก็ถูกยกย่องตามไปด้วย

ในบรรดาสถาบันหรืออะคาเดมี่เทนนิสทั้งหลายบนโลก IMG Bollettieri Tennis Academy น่าจะเป็นเบอร์ท็อปที่สุด เพราะมันเป็นแหล่งสร้างนักกีฬาชั้นนำรวมไปถึงมืออันดับท็อปของโลกมากมาย

นิค บอลเลตเตียรี่ โค้ชเทนนิสได้สานฝันของเขาด้วยการเปิดโรงเรียนสอนเทนนิสในปี 1978 ที่ฟลอริด้า หลังจากคิดค้นจนได้สิ่งที่เรียกว่าบอลเลตเตียรี่โปรแกรมซึ่งรวมทั้งเรื่องของเทคนิคสร้างนักกีฬาและการเรียนที่เข้มข้นเข้าด้วยกัน มันกลายเป็นแนวทางในการผลิตนักกีฬาเทนนิสที่มีบุคลิกยิ่งใหญ่หลาย ๆ คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือชายชื่อ อังเดร อากัสซี่ นิคก่อตั้งโรงเรียนในชื่อ Nick Bollettieri Tennis Academy ในเบื้องต้นก่อนที่ IMG จะเข้ามาขอร่วมลงทุนและพัฒนาเป็นอะคาเดมี่ที่หลากหลายขึ้นใน 10 ปีให้หลัง โดยในปีที่ IMG เข้ามาร่วมมือด้วยนั้น มีนักเรียนหรือไม่ก็นักกีฬาที่ผ่านจากการสอนของนิคเข้ารอบวิมเบิลดันได้ถึง 32 คนในคราวเดียวกัน

แนวคิดของบอลเลตเตียรี่ดูไกลห่างจากการเป็นนักธุรกิจมากนัก เมื่อเคยเผยใจว่าเจตจำนงค์ของเขานั้นเดิมทีมีเพียงการปั้นนักกีฬาให้ประสบความสำเร็จหรือเป็นแชมป์มากกว่าที่จะเป็นเรื่องเงินทอง บรรดารายชื่อผู้เล่นเบอร์ต้นของโลกที่ผ่านการเรียนรู้จากที่นี่ นอกจากอังเดร อากัสซี่ก็มีบอริส เบ็คเกอร์, โมนิก้า เซเลส, จิม คูเรียร์, ทอมมี่ ฮาสส์, มาเรีย ซาราโปว่าและสองพี่น้องเซเรน่ากับวีนัส วิลเลี่ยม นอกจากนี้ยังมีอีกจำนวนมากที่ติดอันดับ 50 คนแรกของโลก

อย่างสามนักเทนนิสหญิง มาเรีย ซาราโปว่ากับสองพี่น้องวิลเลี่ยม เซเรน่ากับวีนัสนั้น บอลเลตเตียรี่แทบจะเริ่มต้นจากขั้นตอนหัดจับไม้แร็กเก็ตด้วยซ้ำไป ซาราโปว่าอยู่กับนิคถึง 9 ปี เช่นเดียวกับสองพี่น้องที่มาตอน 9 กับ 10 ขวบก่อนจะเติบโตไปเป็นนักเล่นอาชีพ เขาอยู่และเห็นการเติบโตของเด็ก ๆ ทั้งสามรวมไปถึงเรื่องราวการฝึกฝนด้วย ทุกวันนี้ความสัมพันธ์ของพี่น้องวิลเลี่ยมกับนิคยังสวยงาม เมื่อทั้งคู่จะไปเก็บตัวที่อะคาเดมี่เก่าเสมอก่อนเข้าร่วมรายการแกรนด์ สแลม

ปัจจุบันอะคาเดมี่ของนิคในความร่วมมือกับ IMG นั้นกลายเป็นโรงเรียนสร้างนักกีฬา รวมไปถึงเป็นโรงเรียนปูพื้นฐานก่อนเข้าต่อมหาวิทยาลัยทั่วอเมริกาในหลายชนิดกีฬา แต่เขายังคงดูแลในส่วนของการสร้างนักเทนนิสอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่มันขนาดไปมากจนปัจจุบันมีฮาร์ด คอร์ท กลางแจ้ง 35 คอร์ท ในร่ม 5 คอร์ท แล้วก็มีคอร์ทหญ้ากับคอร์ทดินอีก 16 คอร์ท นับเป็นอะคาเดมี่ด้านเทนนิสที่ใหญ่อันดับแรก ๆ ของโลกแล้ว

นิคถูกจับเอาเรื่องราวของเขามาทำเป็นหนังสารคดีชื่อ Love Means Zero และมีตำราเกี่ยวกับการฝึกฝนเทนนิสที่รวบรวมทุกอย่าง ซึ่งภายหลังถูกเอามาทำเป็นดีวีดีจำหน่ายได้อย่างมากมาย เพราะผลงานของลูกศิษย์ที่การันตีการสอนของเขาด้วยตำแหน่งแชมป์รายการต่าง ๆ เพิ่มขึ้นในแต่ละปี

จากความตั้งใจเพียงแค่อย่างจะสร้างนักเทนนิสที่ก้าวไปถึงระดับบนสุด อะคาเดมี่ของนิค บอลเลตเตียรี่เป็นเหมือนผู้นำของโลกเทนนิส ผู้นำในการสร้างและวางสะพานเชื่อมวันนี้สู่ความสำเร็จที่อยู่ปลายทางของเหล่านักเทนนิสรุ่นเยาว์ ซึ่งตอนนี้บางคนอาจจะกำลังเรียนรู้วิธีการเล่นเทนนิสเบื้องต้นอยู่ก็เป็นได้

 

ตำนานลูกเทนนิส จากงานทำมือวันวานสู่ปีละ 325 ล้านลูก

ลูกเทนนิสถูกผลิตขึ้นครั้งแรก ๆ ตั้งแต่ช่วง 1870s เพื่อใช้เป็นเกมเล่นในวังของพวกผู้ดีและชาวสังคมชั้นสูง ซึ่งตั้งแต่เดิมการเล่นเทนนิสก็ไม่แตกต่างจากปัจจุบันที่มีเล่นทั้ง 2 คนและ 4 คน แต่สิ่งที่เป็นเรียล เทนนิส บอลคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุดในบรรดาองค์ประกอบของเทนนิสทั้งหมด

ในช่วงทศวรรษ 1850s ชาร์ลส์ กู๊ดเยียร์ นักประดิษฐ์ชาวเยอรมันได้ค้นพบกระบวนการหลอมเหลวน้ำยางจากอินเดียเป็นรูปกลมและอัดอากาศไว้ภายใน ตอนนั้นคงไม่มีใครคิดว่ามันจะกลายมาเป็นลูกเทนนิสเพราะมันเป็นเพียงลูกบอลยางกลมโล้น ๆ น้ำหนักเบาสีเทาหรือแดง ซึ่งต่อมาในปี 1870s วอลเตอร์ คล็อปตั้น วิงก์ฟิลด์กับเฮนรี่ เจมส์เป็นคนเอาเทคโนโลยีนี้เข้ามาอังกฤษ พวกเขาตั้งใจจะเอามาใช้สำหรับเล่นโครเก้ต์เท่านั้นเอง แต่มันก็ถูกเอามาตีเล่นสำหรับเทนนิสด้วย

ในเวลาต่อมาก็ได้จอห์น เมเยอร์ ฮีทโค้ตที่แนะนำว่าน่าจะหาอะไรห่อมันซักหน่อย อาจจะผ้าแฟลนเนล ซึ่งวิงก์ฟิลด์ก็รับเอาแนวคิดนี้และทำมันออกมาเป็นผลสำเร็จในปี 1882 โดยมันถูกผลิตขึ้นที่ Melton Mowbray

หลังผ่านการคิดค้นหาสารพัดของที่จะเอามาหุ้มยางที่เป็นแกนข้างในซึ่งบรรจุก๊าซเอาไว้ ในที่สุดรูปทรงพื้นฐานของลูกเทนนิสก็ถูกดีไซน์ออกมาในฟอร์มของใบโครฟเวอร์ 3 กลีบ จากนั้นใช้เครื่องมือประกอบมันขึ้นเป็นรูปทรงกลม ประสานรอยต่อด้วยน้ำยาเคมีและความร้อนกลายเป็นตะเข็บยาง พร้อมทั้งอัดอากาศไว้ข้างใน  และมันมีสีขาวทั้งลูก ทว่ามันจะเสียคุณสมบัติในการกระเด้งกระดอนทันทีที่มันมีรอยเปิดฉีก

ลูกเทนนิสมีการพัฒนามาเรื่อย ๆ มันถูกทำให้เริ่มมีสีสันด้วยการใช้ผ้าสีแดงและเหลืองในการห่อหุ้ม พร้อมกำหนดมาตรฐานสำหรับการเล่นโดยยึดเรื่องของความเร็วเป็นหลัก

หลังผ่านมาเกือบ 100 ปี สมาพันธ์เทนนิสโลกหรือ ITF ได้กำหนดสีและขนาดของลูกเทนนิสขึ้นมาในปี 1972 โดยระบุว่ามันจะต้องมีสีเหลืองสะท้อนแสงและเส้นรอยต่อยางสีขาว โดยเกิดจากการทำวิจัยว่ามันมองเห็นได้ชัดเวลาถ่ายทอดทางทีวี

ช่วงแห่งการพัฒนาของลูกเทนนิสได้ทำให้มันมีความหลากหลายขึ้น โดยแยกย่อยเป็น 2 ชนิดคือกลุ่มบอลไร้แรงดันซึ่งทนทานกว่ากับกลุ่มที่อัดอากาศไว้ซึ่งจะเล่นอีกไม่ได้ถ้ามีรอยฉีกหรือเปิดของลูกบอล พร้อมกันนี้ก็แยกไปตามชนิดสนามที่ใช้แข่งแยกเป็นสนามดิน หญ้าและคอนกรีตซึ่งทำให้พวกมันมีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่งต่างกันไป

ว่ากันว่าหลังจากปี 2000 เป็นต้นมา ลูกเทนนิสจากกว่า 200 ยี่ห้อถูกผลิตออกมามากกว่าปีละ 325 ล้านลูก มีเศษน้ำยางมากกว่า 20,000 ตันถูกทิ้งในแต่ละปี ซึ่งมีการพิจารณาถึงเรื่องขยะเหลือทิ้งนี้อยู่บ้างแต่ก็ไม่สามารถหาทางออกได้ จนกระทั่งในปี 2015 มีบริษัท 3 แห่งได้ร่วมกันค้นหาวิธีรีไซเคิลเศษยางจากลูกเทนนิส โดยสามารถเอามันไปผสมเป็นเนื้อของการสร้างยางสังเคราะห์สำหรับทำพื้นผิวสนามแข่งขันเทนนิส

นับจากครั้งแรกที่เกมกีฬาเทนนิสถูกคิดค้นขึ้น ลูกเทนนิสก็พัฒนาตามมาเป็นลำดับ จากวัตถุทำจากยางหุ้มด้วยวัสดุอื่น ทำขึ้นด้วยมือคน มันกลายเป็นกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่ผลิตโดยเครื่องจักรกล สร้างลูกบอลที่มีมาตรฐานปีละหลายร้อยล้านลูกเพื่อรองรับความต้องการในการแข่งขันซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในทุกปี

 

นักเทนนิสหญิงคนดัง ใครยิ่งใหญ่กว่ากัน

วงการเทนนิส WTA มีนักกีฬาเทนนิสหญิงระดับสุดยอดหลายคน แต่ถ้าจะถูกยกมาเทียบกันมากที่สุดจะมีสามรายชื่อนี้เสมอ สเตฟี่ กราฟ, มาร์ติน่า นาฟราติโลว่าและเซเรน่า วิลเลี่ยม แต่ใครคือเบอร์ 1 ที่แท้จริง

เป็นข้อถกเถียงเสมอทุกครั้งที่มีการจัดอันดับว่าใครควรเป็นผู้หญิงที่เก่งที่สุดในวงการเทนนิสโลก แทบทุกครั้งที่มีการจัดอันดับไม่ว่าจะ 100 นักเทนนิสหญิงที่เก่งที่สุดหรือจะ 10 นักเทนนิสหญิงที่เก่งที่สุด มันจะตามมาด้วยข้อโต้แย้งและถกเถียงถึงหลักการในการเลือกเสมอไป

ล่าสุดสื่ออย่าง MSN ยกเซเรน่า วิลเลี่ยมขึ้นที่ 1 ตามด้วยสเตฟี่ กราฟและนาฟราติโลว่า ขณะที่เว็บรับผลโหวตเบอร์ต้นอย่าง Ranking.com ผู้คนต่างโหวตให้สเตฟี่ กราฟเหนือกว่าเซเรน่า โดยมีนาฟราติโลว่าตามมาในอันดับ 3

ผลงานการคว้าแชมป์ของทั้งหมดมักถูกเทียบด้วยการคว้าแชมป์แกรนด์ สแลม หากดูตามสถิติ สเตฟี่ กราฟได้แชมป์ที่ออสเตรเลีย 4 ครั้งจากการเข้าชิง 5 ครั้ง ที่เฟร้นช์ โอเฟ่นได้แชมป์ 6 ครั้งจากการชิง 9 ครั้ง เกมที่วิมเบิลดันคว้าแชมป์ 7 ครั้งจากการชิง 9 ครั้ง และยูเอส โอเพ่นที่เป็นแชมป์ 5 ครั้งจากการชิง 8 ครั้ง ที่สำคัญเธอใช้เวลาแค่ 2 ปีเท่านั้นคือในฤดูกาล 1987 กับ 1988 เพื่อเก็บแกรนด์ สแลมครบทั้งสี่แชมป์

เซเรน่า วิลเลี่ยม คว้าแชมป์ออสเตเลี่ยน โอเพ่น 7 จาก 8 ครั้งที่เข้าชิง ได้แชมป์เฟร้นช์ โอเพ่น 3 จาก 4 ครั้ง ชนะเลิศวิมเบิลดัน 7 ครั้งจาก 9 ครั้งที่ชิง ส่วนยูเอส โอเพ่นได้แชมป์ 6 ครั้งจาก 9 ครั้ง ใช้เวลา 5 ปีในการเก็บครบทั้ง 4 แกรนด์ สแลม แต่เป็นคนเดียวที่คว้าแชมป์ทุกรายการจากการเข้าชิงหนแรก

มาร์ติน่า นาฟราติโลว่า คว้าแชมป์แกรนด์ สแลมได้ก่อนใครตามยุคสมัยที่ลงเล่น เธอชนะที่วิมเบิลดันครั้งแรกในปี 1978 จากนั้นก็ได้มาอีก 8 ครั้ง รวมแล้วชนะวิมเบิลดันถึง 9 ครั้งจากการเข้าชิง 12 ครั้ง ที่ออสเตรเลียก็ชนะ 3 ครั้งจาก 6 ครั้ง แกรนด์ สแลมที่ฝรั่งเศสชนะเลิศ 2 ครั้งจาก 6 ครั้ง ส่วนที่ยูเอส โอเพ่นชนะ 4 ครั้งจาก 8 ครั้ง ใช้เวลารวมครบทั้ง 4 แกรนด์ สแลม 5 ปีเท่ากับเซเรน่า

สเตฟี่ กราฟคว้าแชมป์ 22 ครั้งจากการเข้าชิง 31 หน เซเรน่า วิลเลี่ยมชนะ 23 ครั้งจากการชิง 30 หน และนาฟราติโลว่าชนะ 18 ครั้งจากการเข้าชิง 32 ครั้ง

ถึงตรงนี้ก็ยังพูดยากว่าใครคือผู้เล่นที่สุดยอดที่สุดของฝ่ายหญิง นักข่าวกีฬาอย่างจอห์น เวิร์ธเธี่ยมแห่งสปอร์ อิลลัสเทรตยกเซเรน่าเป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งหากจับมาเทียบกันตัวต่อตัวไว้ตั้งแต่ปี 2010 ด้วยเหตุผลว่าเซเรน่า วิลเลี่ยมยังอยู่ในการแข่งขันขณะที่อีกสองคนกลายเป็นตำนานแล้ว แม้ตอนนั้นเซเรน่าจะไม่ได้แชมป์มากเท่าสเตฟี่ กราฟหรือนาฟราติโลว่าก็ตาม เพราะช่วงนั้นเซเรน่าเพิ่งได้แชมป์รวมแค่ 11 รายการ เมื่อมาคิดว่าเธอเก็บมาอีก 12 รายการในช่วง 8 ปีหลังก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง

บรรดานักเทนนิสหญิงใน WTA รุ่นใหม่อาจจะก้าวเข้ามาเป็นระลอก แต่ความยิ่งใหญ่ที่ทั้งสามคนสร้างไว้อย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากแต่ต้องมีสักคนที่ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของยุคสมัยได้ในสักวัน

 

ไทยแลนด์ โอเพ่น เกมระดับโลกหนึ่งเดียวของไทยที่หายไป

แม้การแข่งขันเทนนิสจะไม่ใช่กีฬายอดนิยมของคนไทย เมื่อเทียบกับมวยหรือฟุตบอล แต่ก็มีคนจำนวนหนึ่งให้ความสนใจเป็นพิเศษ จนกระทั่งถึงช่วงที่ภราดร ศรีชาพันธ์กลายเป็นผู้เล่นไทยคนแรกที่ติด 10 อันดับแรกของโลกได้ กระแสเทนนิสเมืองไทยก็พุ่งสุดตัว ทำให้เกิดแรงผลักดันครั้งใหญ่ในการจัดการแข่งขันเอาใจแฟนเทนนิสด้วยผู้เล่นระดับโลก

รายการไทยแลนด์ โอเพ่นถือกำเนิดขึ้นในปี 2003 โดยไม่มีสนามแข่งขันที่เหมาะสมจะรองรับการแข่งนี้ ฝ่ายจัดในตอนนั้นเลยเลือกสร้างคอร์ทขึ้นมาในอิมแพ็ค อารีน่า ผู้เล่นอย่างโรเจอร์ เฟดเดอเร่อร์, แอนดี้ ร็อดดิกค์, แอนดี้ เมอเร่ย์, โนวัค โยโควิชหรืออย่างริชาร์ด กาสเก้ต์เคยได้มาโชว์ฝีมือที่เมืองไทย ระหว่างปี 2003-2013

ช่วงเวลาทองของวงการเทนนิสและรายการไทยแลนด์ โอเพ่นค่อย ๆ ตกต่ำลงพร้อมกับความซบเซาของวงการเทนนิสไทย ไม่มีผู้เล่นชั้นนำในวงการเทนนิสชายสานต่อยุคสมัยของภราดร ศรีชาพันธ์ ทำให้กระแสเทนนิสในเมืองไทยขาดสีสัน และในที่สุดหลังจบการแข่งขันในปี 2013 ก็มีการประกาศว่าลิขสิทธิ์การแข่งขันปีหน้าจะถูกยกให้เมืองเซินเจิ้นในประเทศจีนดำเนินการแทน

หลังจากที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดการแข่งขันไทยแลนด์ โอเพ่นมานานปีในฐานะนายกสมาคมกีฬาเทนนิสและลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เก็บความรู้สึกเสียดายไว้ตลอดเวลาเมื่อเห็นรายการที่เป็นหน้าเป็นตาหนึ่งเดียวของวงการเทนนิสไทยหลุดมือไป แต่เขาก็ยอมรับว่ากลไกทางการตลาดมีผลต่อความสำเร็จในการจัดการแข่งขัน ถ้าไม่มีนักกีฬาเทนนิสไทยลงสู้อย่างสูสี การมาเชียร์ก็ไม่มีความหมาย และการไม่มีนักกีฬาไทยก็คือการไม่มีจุดขายสำหรับแฟนเทนนิสไทยด้วย

ผ่านไป 5 ปีกับการไร้เกมที่เรียกได้ว่าเป็นระดับโลก สุวัจน์ลงทุนธุรกิจในพื้นที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันหัวหินกลายเป็นเมืองที่ครบถ้วนองค์ประกอบของเมืองท่องเที่ยวและเมืองกีฬา พวกเขามีชายหาดยาว โรงแรมหรู ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และมีสปอร์ตคอมเพล็กซ์ชั้นดี ขาดเพียงสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ประจำปี และสุวัจน์รู้ดีว่าเขาอยากได้เกมการแข่งขันเทนนิสระดับโลกที่เคยมีในเมืองไทย

หลังใช้เวลาหลายปีเตรียมความพร้อมในเรื่องการแข่งขัน วงการเทนนิสหญิงน่าจะพอไปได้มากที่สุด เขามีภราดร ศรีชาพันธ์ที่มีชื่อเสียงตั้งแต่เก่า มีแทมมารีน ธนสุกาญจน์ อดีตนักเทนนิสหญิงอันดับโลกสูงสุดของไทยคอยเสริม มีนักกีฬาเทนนิสหญิงรุ่นใหม่ที่พอจะต่อสู้กับมือระดับโลก สุวัจน์จึงเริ่มจัดเกมรายการพิเศษด้วยการเชิญนักเทนนิสหญิงเบอร์ต้น ๆ มาลงเล่นที่สนามเทนนิสแห่งใหม่ในสปอร์ต คอมเพล็กซ์ที่หัวหิน ปรากฏว่ามีผลตอบรับจากแฟนเทนนิสทั้งไทยและเทศอย่างมากมาย ทั้งในแง่การชมเกมและการมาท่องเที่ยว

สุวัจน์ขอความร่วมมือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ช่วยเป็นอีกแรงในการที่เขาจะทาบทามขอเอาเกมระดับสูงสุดของวงการเทนนิสมาแข่งที่เมืองไทยอีกครั้ง และสมาคมนักเทนนิสอาชีพหญิงก็ตกลงที่จะจัดรายการ WTA Series มาทำการแข่งขันที่เมืองไทยอีกครั้งหลังจากที่เคยพยายามใช้เมืองพัทยาสร้างกระแสมาแล้วในปี 2015 แต่ไม่สำเร็จ

มันอาจจะยังกล่าวไม่ได้ว่า WTA Thailand Open จะกลายเป็นกระแสที่อยู่ไปอีกกี่ปีสำหรับวงการเทนนิสไทย แต่การได้ย้อนกลับมาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันไปอีกอย่างน้อย 5 ปีต้องสามารถสร้างแรงบันดาลใจแก่นักเทนนิสรุ่นใหม่ของไทยได้ไม่มากก็น้อย

 

อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ หนุ่มน้อยผู้จะท้าทายแกรนด์สแลม

แกรนด์สแลม ศึกเทนนิสรายการใหญ่สุดทั้ง 4 ของวงการเทนนิสโลกที่นักเทนนิสทุกคนอยากได้แชมป์มาประดับเป็นเกียรติประวัติทั้งนั้น แต่มันไม่ง่ายเพราะแกรนด์สแลมคือเวทีรวมเสือสิงห์กระทิงแรดชั้นแนวหน้าของวงการเท่านั้น และหนึ่งในนั้นต้องมี “อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ” ดาวรุ่งเยอรมันเชื้อสายรัสเซียสร้างปรากฏการณ์ฤดูกาล 2018 ที่น่าประทับใจ

ตอนอายุแค่ 14 ปีซเวเรฟผ่านควอลิฟายด์ลงเล่นรายการ ATP 2011 ถึง 3 รายการแต่ก็แพ้ไปทั้งหมด พอปีต่อมาเขาเน้นเกมระดับจูเนียร์อีกครั้ง และได้เข้าถึงนัดชิงชนะเลิศครั้งแรกในชีวิตในปลายปี 2012 สองปีต่อมาหลังคว้าแชมป์ชายเดี่ยวรุ่นเยาวชนในศึกออสเตรเลี่ยนโอเพ่น และคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะโฟกัสเกมระดับอาชีพเสียที แต่ว่าตลอด 5 อีเว้นท์แรกของปี 2014 ซเวเรฟร่วงไม่เป็นท่า ไม่สามารถผ่านควอลิฟายด์เข้ารอบเมนดรอว์รายการใดใดได้เลย แถมกว่าจะตั้งหลักได้ก็ปาเข้าไปอีเว้นท์ที่ 10 ของปีแล้ว ซึ่งเขาคว้าแชมป์บรุนชวิก ชาลเลนจ์ด้วยการปราบผู้เล่นมืออันดับสูงกว่า 100 ได้สามคนรวด

ซเวเรฟมีกราฟการเล่นพุ่งขึ้นหลังจากได้แชมป์แรกในชีวิต เขาเอาชนะการแข่งขันในรายการ ATP ที่ยังไม่เคยชนะได้ซักเกม แถมยังทะลุเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศอินเตอร์เนชั่นแนล เยอรมัน โอเพ่น 2014 ด้วย ซเวเรฟเก็บชัยชนะครั้งแรกในระดับอาชีพด้วยการเอาชนะโรบิ้น ฮาสส์ ตามด้วยคว่ำมือ 16 มิคาอิล ยูซนี่ และไปแพ้ให้กับเดวิด เฟร์เร มืออันดับ 7 อันดับโลกของซเวเรฟขยับจากที่ 665 มาเป็น 285 หลังจบการแข่งที่เยอรมัน และขยับเป็นที่ 136 ตอนจัดอันดับใหม่ช่วงสิ้นปี

ปี 2015 ซเวเรฟคว้าแชมป์ไฮบรอนน์ เน็คการ์คัพ ทำให้อันดับโลกขยับถึง 100 คนแรกได้สำเร็จ แม้จะมีช่วงร่วงจาก 100 คนแรกไปบ้าง แต่ปลายปีเขาก็กลับมาอยู่ที่อันดับ 83 จากการเข้ารอบแกรนด์ สแลม ศึกยูเอส โอเพ่นได้สำเร็จ และในฤดูกาล 2016 อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟก็เริ่มฉายแววเป็นตัวปัญหาในอนาคตของบรรดามือระดับสูง ถึงเขาจะแพ้แอนดี้ เมอเร่ย์ มือ 2 ของโลกขาดรอยในออสเตรเลี่ยน โอเพ่น แต่ก็มาชนะมาริน ซิลิค มืออันดับ 13 ในศึกที่ฝรั่งเศส คว่ำมืออันดับต่ำกว่า 30 ของโลกไปสองคนในรายการอินเดียน เวลล์ มาสเตอร์แถมเกือบคว่ำราฟาเอล นาดาลได้ด้วยถ้าไม่พลาดโฟรแฮนด์สำคัญในจังหวะตัวเองเป็นฝ่ายเสิร์ฟ หลังบ่นเรื่องการตีพลาดง่ายๆ ในเกมสำคัญอย่างการเจอนาดาล เขาก็แก้ไขและเข้าถึงนัดชิงชายเดี่ยวของรายการเอทีพีได้เป็นครั้งแรกที่นีซ แม้จะได้เพียงรองแชมป์ก็ตาม

เกมคอร์ทหญ้าที่ฮัลเล่ โอเพ่น รายการนี้โรเจอร์ เฟดเดอเร่อร์แชมป์เก่าสามสมัยผ่านเข้ามาถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ เขาได้เจอกับนักแข่งหนุ่มน้อยคนนี้ครั้งแรก และโลกต้องช็อคเมื่อเขาพ่ายให้กับเด็กหน้าอ่อนแบบพลิกความคาดหมาย โรเจอร์พลาดโอกาสเข้าชิงรายการที่ 11 ติดต่อกัน แต่ซเวเรฟก็ไปได้ไกลสุดแต่มีชื่อเข้าชิงไม่ใช่แชมป์

ในที่สุดซเวเรฟก็คว้าแชมป์ ATP รายการแรกมาครองได้ด้วยการเอาชนะสตานิสลาฟ วารินก้า มืออันดับ 3 ในศึกที่เซ้นต์ ปีเตอร์เบิร์ก เขาจบอันดับโลกที่ 20 ในตอนปลายปี

ฤดูกาล 2017 กับผลงานดีวันดีคืน ซเวเรฟคว้าแชมป์รายการมาสเตอร์ได้สองครั้งด้วยการคว่ำโนวัค โจโควิชที่โรมและปราบโรเจอร์ เฟดเดอเร่อร์อีกหนที่แคนาดา เขาได้รับเลือกเข้าแข่งขันในรายการ ATP Final ครั้งแรกหลังยึดมืออันดับ 8 ของโลกได้ ถึงตรงนี้แม้จะไม่เข้ารอบต่อไป แต่ก็ดีพอจะขยับอันดับโลกขึ้นมาสูงสุดด้วยการเป็นมือ 3

ในปีที่ผ่านมาซเวเรฟทำได้แค่เกือบในรายการแกรนด์สแลมสนามดินที่ฝรั่งเศส และตกรอบ 3 ในรายการที่เหลือ แต่ก็ยังคว้าแชมป์มาสเตอร์ โอเพ่นได้อีก 3 รายการรวมถึงการคว่ำราฟาเอล นาดาลได้เป็นครั้งแรกด้วย ทุกอย่างของปีมาจบที่รายการ ATP Final ซึ่งซเวเรฟล้างแค้นโนวิค โจโควิชที่ปราบเขาในรอบแรกด้วยชัยชนะในนัดชิง ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่คว้าแชมป์รายการนี้และเป็นการเอาชนะมือ 1 ของโลกคนปัจจุบัน

ด้วยการก้าวกระโดดขึ้นมาของเด็กหนุ่มวัย 21 ปี เขาปราบบรรดารุ่นพี่ที่ครองอันดับโลกสูง ๆ คนแล้วคนเล่า ประสบความสำเร็จในรายการต่าง ๆ ด้วยคุณภาพการเล่นไม่ใช่ผู้สำเร็จแบบพลุไฟ ซึ่งก็สมควรแล้วที่ใครต่อใครจะมองว่าปีหน้าคือช่วงเวลาที่อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟจะเขย่าศึกแกรนด์สแลมเสียที

 

หนังสือการ์ตูนที่จุดประกายความฝันสำหรับผู้ที่อยากเป็นนักกีฬาเทนนิส

สมัยวัยเด็กสิ่งที่หลายคนมักถูกถามอยู่เสมอคงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า “โตขึ้นแล้วอยากเป็นอะไร” ซึ่งในตอนเด็กทุกคนมักจะตอบกันในไม่กี่อาชีพที่รู้จัก โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอาชีพที่รับรู้จากการเริ่มต้นเรียนรู้ชื่ออาชีพตามโรงเรียนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น คุณครู ตำรวจ ทหาร หรือคุณหมอ ทั้งหมดมักเป็นคำตอบอันดับหนึ่งของทุกคนในสมัยเด็ก หลังจากนั้นพอเริ่มเติบโตขึ้น ทุกสิ่งแวดล้อมรอบตัวรวมถึงการเรียนรู้ได้เปลี่ยนแปลงไปตามการเติบโตของชีวิต ทำให้สิ่งที่อยากเป็นในวัยเด็กอาจจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาที่มากขึ้นไปจนถึงการที่ได้อยากจะทำอาชีพนั้นอย่างแท้จริง

สิ่งแวดล้อมมากมายที่เข้ามาแทรกซึมสอนสั่งระหว่างการดำเนินชีวิตมีด้วยกันหลายรูปแบบ ทั้งจากการเรียนหนังสือ จากทางโทรทัศน์ รวมไปถึงจากทางหนังสือการ์ตูนอีกด้วย และสำหรับในกีฬาเทนนิสนั้นสิ่งที่จุดประกายให้ผู้คนต้องการก้าวไปเป็นนักกีฬาอาชีพนอกจากจะได้สัมผัสจากทางการเรียนรู้ และจากทางโทรทัศน์แล้ว หนังสือการ์ตูนยังเป็นอีกเส้นทางของประกายความฝัน ที่จะผลักดันให้กีฬาเทนนิสได้มีผู้สืบสานกีฬาชนิดนี้มากขึ้นต่อไปในอนาคต

โดยหนังสือการ์ตูนเกี่ยวกับกีฬาเทนนิสที่เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบันนั้น เป็นหนังสือการ์ตูนที่วาดและผลิตขึ้นจากนักวาดการ์ตูนของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมดถึง 10 เรื่อง ได้แก่  Aim for the Ace!, Love ผู้ชายหัวใจสีชมพู, สู้เพื่อฝันพลังแห่งรัก, GUTs เทนนิสจิ๋วจอมลุย, Stay Gold, Happy!, Softenni, Baby Steps  และ Prince of tennis ที่ซึ่งเป็นหนังสือการ์ตูนกีฬาเทนนิสอันเป็นที่นิยมที่สุดกว่าทุกเรื่อง จนทำให้มีการผลิตภาคที่สองออกมาอย่างต่อเนื่องในชื่อว่า New prince of tennis อีกทั้งเรื่องราวในหนังสือการ์ตูนที่เขียนนั้นเป็นเรื่องราวที่มีการดำเนินเรื่องคล้ายคลึงกับเรื่องราวของนักเทนนิสชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า เค นิชิโคริ มือวางอันดับ 24 ของโลกและเป็นอันดับ 1 ของเอเชียที่สามารถเอาชนะมือ 1 ของโลกอย่างโนวัค โยโควิคได้ถึง 2 ครั้งพร้อมทั้งยังได้เอาชนะ โรเจอร์ เฟเดอร์เรอร์ ไอดอลของตัวเองในการแข่งขันรายการมาดริดโอเพ่นที่สเปนได้อีกด้วย

หลังจากนั้นสื่อต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นได้ตั้งชื่อให้กับ เค นิชิโคริ ว่า Prince of tennis เหมือนกับหนังสือการ์ตูนยอดนิยม ดังนั้นการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทางหนังสือการ์ตูนจึงเป็นอีกหนทางหนึ่งของการจุดประกายความฝันด้วยอรรถรสของลายเส้นอันทรงพลัง ให้ทั้งเด็กและทุกคนได้มีความฝันที่อยากจะเป็นนักกีฬาเทนนิสมืออาชีพให้ได้ก้าวต่อไปในอนาคต เพื่อรักษาและพัฒนาวงการกีฬานี้ให้แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมตราบนานเท่านาน

 

เฟด คัพ การแข่งขันเทนนิสผู้หญิงอันทรงเกียรติของโลก

ในแวดวงการกีฬาส่วนมากนักกีฬาที่ประสบผลสำเร็จและมีชื่อเสียงโด่งดังนั้น มักจะเป็นนักกีฬาผู้ชาย เพราะว่าในการแข่งขันกีฬาที่เป็นที่นิยมต่าง ๆ จำเป็นต้องใช้สรีระร่างกายที่แข็งแรงหนักหน่วงในการแข่งขันกีฬา พร้อมทั้งยังต้องใช้ความอึดของร่างกายที่มากขึ้นกว่าเดิมในการทำให้ได้รับชัยชนะในแต่ละการแข่งขัน แต่สำหรับในกีฬาเทนนิสแล้วผู้หญิงสามารถที่จะใช้สรีระในการแข่งขันได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งสามารถสร้างบันไดก้าวขึ้นไปเป็นนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้ได้ในรายการแข่งขัน เฟเดอเรชั่น คัพ ศึกอันทรงเกียรติที่สุดของนักเทนนิสหญิง

ในปี 1963 การแข่งขันกีฬาเทนนิสสำหรับผู้หญิงได้ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองงานครบรอบ 50 ปี สหพันธ์เทนนิสนานาชาติหรือไอทีเอฟในปีนั้น หลังจากนั้นทั้งนักกีฬาและผู้รับชมกีฬาได้ตอบรับและให้ความสนใจกับการแข่งขันกีฬาเทนนิสรายการนี้เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งต้องการให้รายการนี้จัดการแข่งขันขึ้นอีกในครั้งต่อไป ดังนั้นทางสหพันธ์เทนนิสนานาชาติจึงได้จัดตั้งรายการแข่งขันที่มีชื่อว่า เฟเดอเรชัน คัพ ขึ้นมาเพื่อสานต่อแนวทางความนิยมในการแข่งขันกีฬาเทนนิสที่แข่งขันเฉพาะนักเทนนิสหญิงเท่านั้น ซึ่งความนิยมที่ได้รับในการแข่งขันรายการนี้ได้เพิ่มพูนมากขึ้นในทุก ๆ ปี จนกลายมาเป็นการแข่งขันกีฬาเทนนิสหญิงระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่มีนักกีฬาเทนนิสหญิงเข้าร่วมแข่งขันถึง 97 ชาติในปัจจุบัน

รูปแบบของการแข่งขันรายการ เฟเดอเรชัน คัพ มีการเปลี่ยนแปลงหลายต่อหลายครั้งนับตั้งแต่ปี 1995 ที่ได้เปลี่ยนชื่อรายการแข่งขันมาเป็น เฟด คัพ เพื่อต้องการให้ชื่อรายการแข่งขันนั้นสั้นลง โดยรูปแบบการแข่งขันในปัจจุบันนั้นได้ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มการแข่งขัน พร้อมทั้งแข่งขันกันในแบบเหย้าและแบบเยือนเป็นระยะเวลา 3 อาทิตย์ ติดต่อกัน ซึ่งนักเทนนิสที่มีอายุน้อยที่สุดในรายการแข่งขันรายการนี้คือ เดนิส ปานาโกปูลู จากกรีซ ซึ่งลงเล่นด้วยวัยเพียงแค่ 12 ปี เท่านั้น ส่วนผู้เล่นที่อายุมากที่สุดคือ กิลล์ บัตเตอร์ฟิลด์ จากเบอร์มิวด้า ลงแข่งด้วยวัยถึง 52 ปี และประเภททีมที่ได้แชมป์ไปครองมากที่สุด 17 สมัยในรายการนี้คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา

และในปี 2017 ทีมที่คว้าแชมป์รายการ เฟดคัพ รายการแข่งขันกีฬาเทนนิสหญิงระดับโลก คือ ทีมนักเทนนิสหญิงจากประเทศ สหรัฐอเมริกา ที่สามารถเฉือนเอาชนะนักเทนนิสหญิงจากทีมเจ้าภาพเบลารุสไป 3-2 คู่ ในกรุงมินสค์ ประเทศเบลารุส พร้อมทั้งยังทำให้กลายเป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ 18 มาเพิ่มได้หลังจากที่ห่างหายจากวงการแชมป์ไปถึง 17 ปี โดยในปีนี้การแข่งขันกำลังเข้าสู่ช่วงรอบคัดเลือกตามโซนทวีปต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก

 

นักกีฬาเทนนิสอาชีพที่หูไม่ได้ยินคนแรกและคนเดียวของโลก

วิธีการเล่นกีฬาเทนนิสนั้นเป็นการเล่นกีฬาที่ต้องใช้ผู้เล่นตั้งแต่สองคนขึ้นไปจนถึงสี่คนในการเล่นกีฬาชนิดนี้  โดยจะต้องใชอุปกรณ์ในการตีลูกเทนนิสที่เรียกว่า แร็กเก็ต ทำการตีโต้ตอบกันไปมาให้ลูกเทนนิสลงไปยังฝั่งแดนฝ่ายตรงข้าม และหากฝั่งใดฝั่งหนึ่งไม่สามารถรับลูกเทนนิส ที่ถูกตีจากฝั่งตรงข้ามโต้ตอบกลับไปได้ จะเท่ากับว่าพ่ายแพ้ในการตีโต้ตอบครั้งนั้น ซึ่งจะตีโต้ตอบกันไปจนกว่าจะแพ้ชนะตามกฎของกีฬาเทนนิส

โดยทักษะที่ใช้ในการแข่งขัน หรือเล่นกีฬาเทนนิสต้องใช้ความแข็งแกร่งของร่างกาย สายตา และสมองเท่านั้น ส่วนหูที่ไว้ใช้สำหรับได้ยินเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถทำให้เพิ่มทักษะในการคาดคะเนความเร็วของเสียงสะท้อนของการตีลูกได้ แต่ถ้าหากหูที่ได้ยินใช้การไม่ได้ ก็ไม่ได้ทำให้ความสามารถในการเล่นหรือการแข่งขันกีฬาเทนนิสหมดไป ซึ่งได้มีการพิสูจน์วิถีทางการเล่นโดยที่หูไม่ได้ยินแล้วว่าเป็นไปได้ จากนักเทนนิสสุดพิเศษ ลี ดัค ฮี นักเทนนิสอาชีพชาวเกาหลีใต้ผู้ซึ่งหูไม่ได้ยินมาโดยกำเนิดคนแรก และคนเดียวของโลกใบนี้

ลี ดัค ฮี นักเทนนิสชายจากดินแดนโสมขาว ประเทศเกาหลีใต้ เป็นนักเทนนิสที่มีความพิการทางหูมาตั้งแต่กำเนิด โดยได้เริ่มฝึกทักษะเทนนิสตั้งแต่อายุ 17 ปี จากบิดาผู้กลายมาเป็นโค้ชส่วนตัว ซึ่งครอบครัวของ ลี ดัค ฮี ได้ฝึกสอนให้ฝึกการพูดภาษาเกาหลีโดนอ่านจากริมฝีปากแบบไม่ใช้ภาษามือในการพูดคุย ทำให้การฝึกกีฬาเทนนิสของ ลี ดัค ฮี เป็นเรื่องที่สามารถเป็นไปได้อย่างไม่ยากเย็น สำหรับในการฝึกซ้อมต่อมาในอนาคตหลังจากที่ได้ฝึกกับบิดาจนสำเร็จนั้น โค้ชเกาหลีที่เป็นผู้ฝึกสอนได้ใช้วิธีการเขียนบนกระดาษ และการพิมพ์บนโทรศัพท์มือถือในการฝึกซ้อมเพิ่มเติม แต่ปัญหาในการเล่นและแข่งขันกีฬาเทนนิสที่ต้องเผชิญในทุกครั้งนั้น คือการไม่สามารถสื่อสารกับผู้ตัดสินและผู้กำกับเส้นได้ในตลอดทั้งเกมส์ เพราะไม่สามารถอ่านริมฝีปากของผู้ตัดสินพร้อมกับการใช้สมาธิแข่งกีฬาไปพร้อมกันได้ จึงทำให้จังหวะในการเล่นที่ต่อเนื่องต้องขาดตอนและเสียท่าฝ่ายตรงข้ามในเกือบทุกครั้งของการแข่งขัน

ในอดีตมีคนเคยพูดกับ ลี ดัค ฮี ว่าไม่สามารถที่จะกลายเป็นนักกีฬาเทนนิสที่เก่งได้เพราะหูหนวก ทำให้เกิดความท้อแท้ขึ้นอย่างมากในจิตใจ และเกือบที่จะตัดสินใจเลิกเดินบนเส้นทางนี้ แต่ด้วยพลังใจที่ต้องการเอาชนะคำสบประมาทเหล่านั้น จึงทำให้ได้เพิ่มการฝึกฝนอย่างหนักและมุ่งหน้าสู่จุดหมายของวงการเทนนิสอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งสามารถพิชิตแชมป์ระดับเยาวชนได้หลายรายการ และได้เข้าแข่งขันรายการ ATP TOUR ได้สำเร็จในเวลาต่อมา พร้อมทั้งได้กลายเป็นนักเทนนิสคนเดียวและคนแรกในโลกที่ได้แชมป์ในกีฬาเทนนิส

 

การเดินทางข้ามโลกของกีฬาเทนนิสสู่ดินแดนขวานทองประเทศไทย

การเดินทางเปรียบเสมือนกับการท่องเที่ยว ที่มาพร้อมกับการผจญภัยและความสนุกสานที่ยากจะหยั่งถึง ซึ่งในความยากจะหยั่งถึงนั้นยังคงมีประวัติศาสตร์แห่งความทรงจำที่งอกเงยระหว่างทาง และได้ผลิดอกออกผลมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะผ่านเส้นทางเหล่านั้นมานานแสนนาน ดังเช่นกับกีฬาเทนนิสที่เติบโตขึ้นในดินแดนอันไกลโพ้นและได้ข้ามน้ำข้ามทะเลและท้องฟ้ามางอกเงยเติบโตอย่างสวยงามที่ดินแดนขวานทองประเทศไทย จนกลายเป็นกีฬาที่งดงามและนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีชาวต่างชาติเข้ามาทำการค้าและธุรกิจเป็นอย่างมากในประเทศไทย ซึ่งได้มีทั้งประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกาที่เข้ามาร่วมทำการค้าภายในประเทศไทยในช่วงเวลานั้นด้วย พร้อมทั้งได้นำการเล่นกีฬาเทนนิสเข้ามาเล่นกันภายในประเทศไทย โดยในตอนแรกนั้นมีเพียงแค่ชาวต่างชาติเล่นเท่านั้นก่อนที่จะเริ่มได้รับความสนใจจากคนไทยชั้นสูงพร้อมกับข้าราชการชั้นสูงจนได้เริ่มมาฝึกเล่นด้วยกันกับชาวต่างชาติและเรียกการเล่นกีฬานี้ว่าลอนเทนนิส

การเล่นกีฬาเทนนิสในสมัยนั้นต้องนุ่งกางเกงขายาวสีขาว ตามแบบฉบับบของรายการวิมเบิลดัน ถือเป็นการให้เกียรติและเคารพตามหลักกติกาสากล หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2469 กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ได้ทรงจัดตั้งสมาคมลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยขึ้นมา เพราะเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่ประชาชนทั่วไปจนได้มีการจัดการแข่งขันลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยขึ้นเป็นครั้งแรกที่สโมสรสีลมในปี พ.ศ. 2470 ในอีก 1 ปีต่อมา จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 7 พระองค์ทรงรับเอาสมาคมลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยเข้ามาไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องจากพระองค์ทรงโปรดกีฬาเทนนิสเป็นอย่างมากและทรงเทนนิสที่วังสุโขทัยอยู่เสมอ หลังจากนั้นได้มีการจัดการแข่งขันขึ้นมามากมายในหลายระดับชั้นอายุทั่วประเทศเพื่อคัดความเป็นที่หนึ่งในด้านกีฬาเทนนิสของประเทศไทย ซึ่งในเวลาต่อมากีฬาเทนนิสยังได้ถูกบรรจุลงในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 5 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปี 2509 เป็นครั้งแรกอีกด้วย

และชัยชนะในระดับนานาชาติของประเทศไทยเกิดขึ้นครั้งแรกในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 8 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2521 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง โดยนักเทนนิสประเภทคู่ผสมของไทย คือ จารึก เฮงรัศมี นักเทนนิสชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ และสุทธาสินี ศิริกายะ ได้คว้าแชมป์เป็นเกียรติประวัติครั้งแรกให้กับประเทศไทย ซึ่งในเวลาต่อมาการเล่นกีฬาเทนนิสของประชาชนชาวไทยได้พัฒนาขึ้นไปอย่างคาดไม่ถึง โดยในระดับโลกนั้นนักเทนนิสชาวไทย ภราดร ศรีชาพันธ์ได้นำสุดยอดความสามารถไปสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการกีฬาเทนนิสไทยด้วยการก้าวขึ้นไปเป็นมือวางอันดับ 9 ของโลก หลังจากที่คว่ำ อังเดร อากัสซี่  ในศึกวิมเบิลดันไปได้อย่างพลิกความคาดหมายอันเป็นเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทยที่ได้ฝึกฝนพัฒนากันมาอย่างช้านาน

 

Navigation