แกรนด์ แสลม สุดยอดรายการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกีฬาเทนนิส

รายการที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความท้าทายที่ใหญ่ยิ่งของนักกีฬาทุกคน พร้อมทั้งยังเป็นสิ่งที่ซึ่งนักกีฬาทุกคนจะต้องไปให้ถึง หากอยากจะเป็นสุดยอดหรือที่หนึ่งในเชิงกีฬานั้น ๆ โดยในกีฬาเทนนิสมีรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ทุกคนต้องไปให้ถึงคือ แกรนด์ แสลม ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนกีฬาเทนนิสให้พัฒนาและเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่องแบบไม่มีวันที่สิ้นสุด

แกรนด์ แสลม คือการแข่งขันกีฬาเทนนิสรายการใหญ่ 4 รายการ โดยจะทำการแข่งขันกันใน 4 ประเทศที่มีอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย ฝรั่งเศส อังกฤษ และประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งยังมีพื้นสนามในการแข่งขันแตกต่างกันอีกด้วย ซึ่งในประเทศออสเตรเลียจะเป็นสถานที่แทนการแข่งขันในเขตฤดูร้อน ที่มีสนามการแข่งขันเป็นแบบพื้นปูน ส่วนในประเทศอังกฤษจะเป็นสถานที่แทนการแข่งขันในเขตของฤดูฝน ที่มีสนามการแข่งขันแบบพื้นหญ้า รวมถึงในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เป็นสถานที่แทนการแข่งขันในเขตฤดูหนาวที่มีสนามการแข่งขันแบบพื้นปูน และในประเทศฝรั่งเศสที่ได้เป็นตัวแทนการแข่งขันในเขตฤดูใบไม้ผลิ ที่มีสนามการแข่งขันแบบพื้นผิวดิน ทำให้รายการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ของเทนนิสมีการแข่งขันอยู่ในทุกฤดูกาลตลอดทั้งปี

ในปี 1993 จอห์น คีราน นักเขียนของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ได้ใช้คำว่า แกรนด์ แสลม เป็นครั้งแรกในวงการเทนนิส จนกลายมาเป็นที่นิยมและสืบสานเรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยรายการที่เรียกว่า แกรนด์ แสลม ประกอบไปด้วย 4 รายการ คือ รายการออสเตรเลียโอเพน เฟรนช์โอเพ่น วิมเบิลดัน และยูเอสโอเพน ในทั้งสี่รายการจะใช้ระยะเวลาการแข่งขันทั้งหมด 14 วันในการแข่งขันแบบประเภทเดี่ยว ซึ่งการแข่งขันรายการ ออสเตรเลียโอเพนเป็นแกรนด์แสลมรายการที่ 1 ที่จัดขึ้นในเดือนมกราคม ณ. นครเมลเบิร์น ส่วนเฟรนช์โอเพ่นเป็นแกรนด์แสลมรายการที่ 2 ที่จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายนในกรุงปารีส ส่วนรายการแกรนด์แสลมที่ 3 วิมเบิลดัน จะจัดการแข่งขันกันในเดือนมิถุนายนไปจนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ที่กรุงลอนดอน และรายการแกรนด์แสลมที่ 4 ยูเอสโอเพน จะถูกจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมของทุกปี ที่มหานครนิวยอร์ก เป็นรายการใหญ่รายการสุดท้ายของปี

นับตั้งแต่จัดการแข่งขันมาจวบจนถึงปัจจุบันมีผู้ชนะในการแข่งขันแกรนแสลมด์หลายต่อหลายคนแต่มีเพียง 8 คนเท่านั้นที่เป็นสุดยอดนักเทนนิสชายที่สามารถพิชิตได้ครบทั้ง 4 รายการ ได้แก่ เฟร็ด เพอร์รี่, ดอน บัดจ์, ร็อด เลเวอร์, รอย เอเมอร์สัน, อังเดร อากัสซี่, โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, ราฟาเอล นาดาล และโนวัค ยอโควิช ซึ่งทั้งหมดเป็นนักเทนนิสยอดฝีมือที่ควรค่าแก่การถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การแข่งขันแกรนด์แสลมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้อย่างยิ่งใหญ่เช่นเดียวกัน

 

นักเทนนิสมือวางอันดับหนึ่งที่มีอายุมากที่สุดในโลก

อายุเปรียบเสมือนเครื่องเตือนเวลาของชีวิต ว่ากำลังอยู่ในช่วงจังหวะไหนของการใช้ร่างกายให้เกิดประโยชน์และปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทุกคนคิดเสมอว่าเมื่อเวลาที่มีอายุมากขึ้น ร่างกายภายในส่วนต่าง ๆ จะถดถอยลงตามกาลเวลาในตัวเลขของอายุที่นับมากขึ้นไป แต่ในความเป็นจริงแล้วอายุที่มากขึ้น ร่างกายอาจจะไม่ได้ถดถอยเสมอไป อีกทั้งอาจจะแข็งแรงมากขึ้นด้วย ถ้าหากรู้จักวิธีสร้างศักยภาพของร่างกายให้พัฒนาขึ้นไปตามอายุ เหมือนกับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ที่เป็นนักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ของโลก ในช่วงต้นปี 2018 ซึ่งมีอายุมากถึง 36 ปี

นักเทนนิสผู้ซึ่งมากพรสวรรค์จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ในความเป็นจริงแล้วก่อนที่จะหันมาเริ่มเล่นเทนนิสนั้น เฟเดอเรอร์ได้มีความฝันว่าจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาก่อน และด้วยความสามารถในการเล่นฟุตบอลทำให้มีโอกาสที่จะได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพจริง ๆ อีกด้วย แต่ในท้ายที่สุดได้ตัดสินใจเลือกเดินในเส้นทางของเทนนิสจนมีชื่อเสียงมาจวบจนปัจจุบัน  น

โดยในรายการที่ทำให้เฟเดอเรอร์โด่งดังและเป็นที่รู้จักชองคนทั่วโลก คือรายการศึกวิมเบิลดัน ที่สามารถคว่ำ พีทแซมพราส แชมป์รายการวิมเบิลดัน 7 สมัย มาได้ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ทำให้อันดับโลกพุ่งขึ้นมาอยู่อันดับที่ 13 หลังจากการแข่งขันนั้น ซึ่งต่อมาได้ขยับมาอยู่มือวางอันดับที่ 6 จากการเข้าชิงชนะเลิศในรายการเอทีพี มาสเตอร์ ซีรี่ย์ ได้เป็นครั้งแรก โดยการได้ประชันกับอังเดร อากัสซี่ ยอดนักเทนนิสจากประเทศสหรัฐ และได้เป็นเพียงแค่รองแชมป์ในรายการนั้น จนกระทั่งในปี 2003 ความสามารถที่แอบแฝงมานานได้ออกมาโลดแล่นแพรวพราวอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยการพิชิตชัยชนะได้ถึง 8 รายการ และ หนึ่งในนั้นรายการนั้นคือ วิมเบิลดัน สุดยอดรายการเทนนิสแกรนด์แสลม อีกทั้งยังได้คว้าแชมป์ มาสเตอร์ คัพ ด้วยการถอนแค้น อังเดร อากัสซี่ ได้ในรอบชิงชนะเลิศ จนทำให้ขยับอันดับขึ้นมาเป็นมืออันดับ 2 ของโลก และเวลาที่รอคอยก็มาถึง ในปี 2004 เฟเดอร์เรอร์ ได้ก้าวข้ามความสามารถแบบไร้ขีดจำกัดขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยการคว้าชัยชนะแกรนด์ แสลม ได้ถึง 4 รายการ พร้อมทั้งกลายเป็นมือวางอันดับ 1 ของโลก ที่ไม่แพ้ให้กับนักเทนนิสในอันดับ 1-10 เลยซักราย

ปัจจุบันในปี 2018 โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ มีอายุมากถึง 36 ปี และยังเป็นมือวางอันดับ 1 ของกีฬาเทนนิสด้วยแต้มสะสม 9785 แต้ม แซง ราฟาเอล นาดาล ที่มีแต้มสะสม 9760 แต้ม ทำให้ เฟเดอเรอร์ กลายเป็นนักกีฬาเทนนิสที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของกีฬาเทนนิส ที่ได้เป็นมือวางอันดับ 1 แทนที่ อังเดร อากัสซี่ ที่เคยอายุสูงที่สุด 33 ปี ในปี 2003 ดังนั้นการมีอายุที่มากขึ้นไม่ได้หมายความว่า ทักษะ ศักยภาพหรือพละกำลังจะไม่สามารถแข็งแกร่งเหมือนวัยหนุ่มได้ หากแต่มีกระบวนการฝึก และเตรียมพร้อมที่ดีก็จะสามารถทำให้ทุกอย่างยังคงแข็งแกร่งได้เฉกเช่นดังเดิม

 

การจัดอันดับโลกนักเทนนิสเปรียบเสมือนแสงแห่งความหวังของนักกีฬาเทนนิสทุกคน

การแข่งขันกีฬาเทนนิสเป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับทุกเพศทุกวัยในการรับชมและเฝ้าติดตาม อีกทั้งยังเป็นกีฬาที่ทุกคนยังนำไปฝึกเล่นกันอย่างกว้างขวางด้วยความสนุกสนาน จนกลายเป็นกีฬาที่สามารถเห็นได้ทั่วไปตามสถานที่ออกกำลังกายที่มีคอร์ทสนามเทนนิสตั้งอยู่ และนอกจากนี้กีฬาเทนนิสยังเป็นกีฬาที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กที่เฝ้าติดตามรับชมอยู่ทั่วทุกมุมโลก อยากก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาเทนนิสอาชีพให้ได้ในสักวันหนึ่ง

สำหรับในกีฬาเทนนิสนั้น มียอดฝีมือผู้มีทักษะชำนาญการมากมายในระดับมืออาชีพอยู่ในหลายประเทศ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคัดสรรความเก่งกาจเป็นลำดับชั้นให้สามารถแยกแยะความสามารถในระดับมืออาชีพ ว่าใครอยู่ในระดับใหนของอาชีพกีฬาเทนนิส เพราะว่าลำดับขั้นที่ได้จัดเป็นอันดับนั้น จะทำให้กีฬาเทนนิสมีการพัฒนามากขึ้นต่อไปในอนาคตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อีกทั้งยังเป็นความหวังของนักเทนนิสอาชีพหน้าใหม่ หรือนักเทนนิสมือสมัครเล่นให้ได้มีโอกาสพัฒนาฝีมือของตัวเองให้ก้าวไปในลำดับขั้นต่าง ๆ จนก้าวข้ามไปสู่ยังจุดสูงสุดของคำว่านักกีฬาเทนนิสมืออาชีพให้ได้

สำหรับนักเทนนิสชาย 10 อันดับแรกของโลกที่ถูกจัดตั้งในปี 2018 นี้ได้แก่ อันดับที่ 1 ราฟาเอล นาดาล นักเทนนิสชายจากประเทศสเปน อันดับที่ 2 โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ นักเทนนิสชายจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และอันดับที่ 3 มาริน ซิลิซ จากประเทศโครเอเชีย ทั้ง 3 คนเป็นนักเทนนิสมืออาชีพที่มีทั้งฝีมือและชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของความเก่งกาจในกีฬาเทนนิส ส่วนอันดับที่ 4 ได้แก่  อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ นักเทนนิสจากประเทศเยอรมนี อันดับที่ 5 กริกอร์ ดิมิตรอฟ จากบัลแกเรีย อันดับที่ 6 ฮวน มาร์ติน เดล ปอโตร จากอาร์เจนตินา อันดับที่ 7 โดมินิค เธียม จากออสเตรีย อันดับที่ 8 เควิน แอนเดอร์สัน จากแอฟริกาใต้ อันดับที่ 9 จอห์น อิสเนอร์ จากสหรัฐ อันดับที่ 10 ดาวิด กอฟแฟง จากเบลเยียม ซึ่งอดีตนักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ของโลกในครั้งที่แล้วอย่าง “โนเล” โนวัค ยอโควิช จากประเทศเซอร์เบีย ถูกลดลงไปอยู่อันดับที่ 13 ของโลก

ชีวิตมีขึ้นมีลงตามจังหวะที่เราใช้ในชีวิต เฉกเช่นเดียวกับอันดับของนักกีฬาเทนนิสที่มีขึ้นและลงเช่นกัน โดยการทำดีก็เหมือนกับการฝึกซ้อมที่ดี ที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างคงที่หรือก้าวขึ้นไป ซึ่งในบางครั้งการทำดีหรือการฝึกซ้อมที่ดีอาจจะทำให้ชีวิตและอันดับไม่ได้ดีขึ้นไป แต่ก็จะทำให้จิตใจและฝีมือถูกพัฒนาขึ้นไปทดแทน ดังนั้นการจัดอันดับของกีฬาเทนนิสที่ได้ถูกตั้งขึ้นเปรียบเสมือนแสงสว่าง และแสงแห่งความหวังที่จะนำพาความใฝ่ฝันของผู้ที่อยากเป็นนักกีฬาเทนนิสทั่วโลกก้าวเป็นบันไดขึ้นไปสู่จุดหมายสูงสุดของนักเทนนิสได้ในเวลาที่มาถึง

 

Navigation