ความหลากหลายของกีฬาเทนนิส

ใครจะรู้บ้างว่าจริง ๆ แล้วกีฬาเทนนิสที่เห็นกันในปัจจุบันไม่ได้มีแค่แบบที่เล่นกันอยู่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีรูปแบบที่น่าสนใจที่แตกต่างกันออกไป ด้วยลักษณะการเล่น แต่ยังคงความเป็นกติกา อุปกรณ์ เครื่องแต่งกาย ในรูปแบบของกีฬาเทนนิสคล้ายเดิม ซึ่งหลายท่านคงรู้จักกันดีอยู่แล้วเกี่ยวกับอุปกรณ์ กติกา เครื่องแต่งกาย แต่บางท่านอาจจะยังไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้วยังมีชนิดและรูปแบบการเล่นเทนนิสที่ต่างออกไป และชวนให้เพิ่มความสนุกตื่นเต้นน่าสนใจและน่าลองในการเล่นกีฬาชนิดนี้เพิ่มขึ้น

ความหลากหลายของเทนนิสที่ต่างออกไป

ความสนุกของการดูกีฬาประเภทนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะต้องมีเรื่องของการออกเสียงขณะตีลูกของนักกีฬาที่ช่วยสร้างความตื่นเต้น เร้าใจในขณะแข่งขัน หรือเสียงของการหวดลูกเทนนิสโต้กันไปมา ก็สร้างความสนุกให้ไม่น้อย หรือแม้แต่เครื่องแต่งกายที่นักกีฬาสวมใส่ก็ทำให้ดูเพลินตลอดการแข่งขัน

แต่ถ้าหากอยากเห็นความแตกต่างในรูปแบบอื่น ๆ ที่ดูน่าสนใจสำหรับกีฬาชนิดนี้ก็ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้างแต่อาจจะไม่เป็นที่รู้จัก หรือนิยมมากนักในประเทศไทย เช่น ปาเดลเทนนิส สำหรับปาเดลเทนนิส เป็นกีฬาที่มาจากประเทศสเปน เป็นกีฬาที่รวมเอา เทนนิส สควอซ แบดมินตัน เข้าด้วยกัน รูปแบบการตี กติกา สนาม เครื่องแต่งกาย มีลักษณะคล้ายคลึงกันที่ดูแตกต่างหน่อยจะเป็นที่อุปกรณ์การตี คือ ไม้ที่ใช้หน้าตาจะแตกต่างกันไปแต่ไม่มากหนัก รวมถึงน้ำหนักของลูกปาเดลเทนนิสจะเบากว่าน้ำหนักลูกเทนนิสเล็กน้อย ในบ้านเรายังไม่นิยมมากนักแต่ก็มีเล่นกันอยู่บ้าง ประกอบกับสนามที่ให้เล่นยังมีน้อยอยู่จึงอาจจะไม่ค่อยได้เห็น

อีกรูปแบบหนึ่งที่น่าจะสร้างความสนุกและเป็นสีสันให้กับการเล่นเทนนิสได้ คือ การเล่นเทนนิสในที่มืด ในสนามที่มืด แต่ผู้เล่นใช้อุปกรณ์การตี และเครื่องแต่งกายที่เรืองแสงหรือที่เรียกว่า Tennis in the dark ทำให้การเล่นเพิ่มความท้าทายมากขึ้น ดูสนุก ตื่นเต้น สวยงาม พร้อมกับลุ้นในการแข่งขันมากขึ้น แต่การเล่นในรูปแบบนี้ในประเทศไทยจะมีจัดขึ้นเป็นครั้งคราว เฉพาะกิจเท่านั้น แต่ในต่างประเทศ อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา การเล่นกีฬาเทนนิสในรูปแบบนี้ มีสถานที่และอุปกรณ์พร้อมให้เล่นอยู่พอสมควรทีเดียว

 เทนนิสอีกรูปแบบหนึ่งที่อยากแนะนำให้รู้จัก เรียกว่า ซอฟท์เทนนิส สำหรับซอฟท์เทนนิสนี้เริ่มต้นมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็มีรูปแบบการตี กติกา สนาม เครื่องแต่งกาย คล้ายกันต่างกันที่ไม้สำหรับตี จะมีลักษณะเบากว่า และลูกที่ใช้ก็จะเบากว่า ของเทนนิสด้วย กีฬาซอฟท์เทนนิสนี้มีการแข่งขันชิงแชมป์ในกีฬาซีเกมส์ด้วย ซึ่งแน่นอนไทยเราก็มีการส่งนักกีฬาเพื่อเข้าร่วมแข่งขันชิงเหรียญกันในกีฬาประเภทนี้ด้วย นับได้ว่าเป็นกีฬาที่นิยมและรู้จักมากกว่า เทนนิส ในรูปแบบแตกต่างอื่นๆ

การสร้างความสนุกกับการเล่นเทนนิส

จะเห็นว่าการเล่นเทนนิสยังมีอะไรที่ดูแตกต่างและน่าสนใจออกไปจากเทนนิสที่เราดูปัจจุบัน แต่ความแตกต่างก็ยังคงความสนุก ความน่าสนใจ น่าตื่นเต้น เร้าใจ ในกีฬาชนิดนี้ตลอดเวลา ทั้งการออกเสียงขณะตีลูก หรือความแปลกกับการตีในที่มืดที่สร้างความสนุกสนาน และลุ้นมากขึ้นในการแข่งขัน แต่ไม่ว่าจะเป็นการเล่นในรูปแบบไหนขอให้เพลิดเพลิน มีความสุข สนุกกับการเล่นกีฬาทุกชนิด ตามกำลังที่เราสามารถนั้น ๆ

ยิงธนู กีฬาแห่งความสงบนิ่ง

การยิงธนูมีขั้นตอนที่ละเอียด ซับซ้อน และลึกซึ้งมาก ถ้ามองผ่าน ๆ แค่ภายนอกอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรมาก แค่เพียงยกคันธนู เล็ง และยิงไปยังเป้า ก็น่าจะได้แล้ว แต่ในความเป็นจริง การยิงธนู ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลายคนคิด การยิงธนูต้องอาศัยทักษะความแม่นยำและสม่ำเสมอ การเล็ง มีสมาธิ ควบคุมร่างกายให้นิ่ง การเกร็งกล้ามเนื้อช่วงบนในขณะที่ยกคันธนูและง้างคันธนูเตรียมยิง ซึ่งน้ำหนักของคันธนูก็มีน้ำหนักไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

กีฬาเดียวที่ต้องหยุดหายใจขณะแข่ง

กีฬายิงธนู ถึงแม้จะยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่กีฬาชนิดนี้ ถูกจัดให้เข้าไปอยู่ในการแข่งขันระดับโลกหลายประเภทเลยทีเดียว ทั้งกีฬาซีเกมส์ กีฬาโอลิมปิก กีฬายิงธนูก็ถูกบรรจุอยู่ในนั้นด้วย แต่ทำไมถึงยังไม่เป็นที่นิยมส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ สนามที่ใช้ฝึกซ้อมยังมีน้อย อุปกรณ์กีฬาก็อาจจะยากในการสั่งซื้อ รวมถึงมีราคาสูง โค้ชหรือครูผู้ฝึกสอนอาจจะยังมีน้อย ประสบการณ์ในการเข้าร่วมแข่งขัน หรือสนามที่ต้องเข้าไปร่วมแข่งขันจะต้องมีงบประมาณในการเดินทางไปแข่งสูงจึงอาจเป็นเหตุผลให้กีฬายิงธนูยังไม่เป็นที่นิยมนัก

สำหรับประวัติของกีฬาประเภทนี้ไม่มีบันทึกแน่ชัดว่าเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด แต่สันนิษฐานว่าในช่วงยุคเริ่มแรกมีการทำธนูเพื่อล่าสัตว์ และการยิงธนูนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเริ่มต้นประดิษฐ์ธนู เมื่อมีเวลาว่างจากการทำศึกสงครามแล้วเหล่าพลทหารก็จะทำการแข่งยิงเป้าธนูเพื่อประลองความแม่นยำกัน แต่ไม่ได้ถือเป็นกีฬา เป็นแค่เกมส์ที่แข่งกันสนุก ๆ ในหมู่ทหารเท่านั้น กีฬายิงธนูนั้นได้ถูกบรรจุเข้าในกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 1972 เมื่อมีการบรรจุเข้าแข่งขันทำให้กีฬายิงธนูถูกมองอย่างน่าสนใจเพิ่มขึ้นมีนักกีฬาที่สนใจกีฬาประเภทเพิ่มจำนวนมากขึ้น มีการหัดและฝึกซ้อมกับเยาวชนที่สนใจฝึกความแม่นยำและฝึกสมาธิมากขึ้นเพราะขณะที่เราเล็งเพื่อยิง ต้องหยุดหายใจกันเลยทีเดียวเพื่อความนิ่งที่สุดในการปล่อยคันธนูเพื่อให้ศรเข้าเป้า ในประเทศไทยเราก็มีนักกีฬายิงธนูที่สร้างชื่อเสียงไม่น้อย ที่ผ่านมามีรางวัลสำคัญ ๆ ที่เราเคยได้รับ เช่น เหรียญทองทีมคันธนูโค้งกลับชาย ซีเกมส์ปี 2009 ที่ประเทศลาว, เหรียญทองธนูทดกำลังประเภทชาย ชิงแชมป์ยิงธนูไทยแลนด์โอเพ่น 2012, เหรียญเงินทีมคันธนูโค้งกลับชาย ชิงแชมป์ยิงธนูไทยแลนด์โอเพ่น เป็นต้น (คันธนูแบบโค้งกลับและคันธนูแบบทดกำลังเป็นรูปแบบของคันธนูที่ใช้ในการยิง)

คำแนะนำเล็ก ๆ ในการฝึกฝนกีฬายิงธนู

หากอ่านข้อความสั้น ๆ ด้านบนแล้วรู้สึกสนใจในกีฬาประเภทนี้ ข้อแนะนำเล็ก ๆ สำหรับการเริ่มต้นเล่นกีฬายิงธนูนี้คือ เริ่มจากการฝึกซ้อมอย่างมีสมาธิ ไม่วอกแวกขณะกำลังเล็งหรือเตรียมยิง เล็งอย่างมีเป้าหมายชัดเจน ฝึกควบคุมลมหายใจ ตรวจเช็คอุปกรณ์ให้ดีก่อนเริ่มใช้งาน นิ่งที่สุด จะช่วยให้การเริ่มของคุณเป็นไปได้ด้วยดี ปัจจุบันสนามที่ใช้ในการยิงธนูก็มีเพิ่มขึ้น สามารถหาที่ฝึกซ้อมได้ไม่ยากนัก

7 ข้อปฏิบัติเพื่อเริ่มต้นสู่การเป็นนักเทนนิสอาชีพในอนาคต

เทนนิสเป็นกีฬาอีกประเภทที่มีคนสนใจยึดเป็นอาชีพ อุตสาหกรรมกีฬาเทนนิสนั้นถือเป็นหนึ่งในกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในระดับต้นๆ และผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จก็สามารถได้รับทั้งเกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทองและโอกาสดีๆ มากมาย

ว่ากันว่าช่วงอายุในการเริ่มต้นเล่นเทนนิสที่ดีที่สุดคือ 8 ถึง 12 ปี เพราะเป็นช่วงอายุที่สามารถหลงใหลไปกับการเล่นกีฬาชนิดนี้ได้แล้ว และสามารถจะอดทนหรือให้ใจกับการฝึกฝนได้เป็นเวลานานๆ ซึ่งหากได้รับการดูแลหรือฝึกสอนโดยโค้ชที่เป็นมืออาชีพ เด็กๆ จะสามารถตั้งต้นการเล่นเทนนิสได้อย่างถูกต้องและพร้อมที่จะก้าวไปสู่การแข่งขันในระดับจูเนียร์ได้

มีข้อแนะนำจำนวน 7 ข้อ สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกหลานเล่นเทนนิสเพื่อต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคตดังนี้

1. ตั้งใจทำตามบทเรียนที่โค้ชสอน

                ทำให้แน่ใจว่าเด็กๆ ได้รับการสอนโดยสโมสรเทนนิสที่มีประสบการณ์ ไม่จำเป็นต้องแพงแต่ต้องเป็นโรงเรียนที่มีผู้เชี่ยวชาญหรือมีโค้ชมืออาชีพจริงๆ เพราะโค้ชตัวจริงจะสามารถสอนเรื่องพื้นฐานและชี้แนะแนวทางในการพัฒนาได้

2. ดูการแข่งขันของมืออาชีพ

                การติดตามดูมืออาชีพแข่งขันถือเป็นการสั่งสมประสบการณ์ที่ดี เพราะจะช่วยให้มีโอกาสเห็นวิธีการเล่นในเกมระดับแข่งขันจริงๆ

3. เรียนรู้เทคนิคที่ถูกต้อง

                เทคนิคในการเล่นเทนนิสอย่างถูกต้องนั้นช่วยให้สามารถเล่นเทนนิสได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยในเรื่องของการป้องกันปัญหาบาดเจ็บได้ด้วย

4. เล่นฟิตเนสและดูแลสุขภาพ

                การออกกำลังกายหรือเล่นฟิตเนสสำคัญต่อทุกชนิดกีฬา ยิ่งเทนนิสเป็นกีฬาที่ต้องการทั้งความแข็งแรงและความยืดหยุ่น การเข้าฟิตเนสเพื่อคุมระดับความแข็งแรงของร่างกายและการทานอาหารที่ถูกต้องจะช่วยให้มีร่างกายที่พร้อมสำหรับการเล่นหรือการแข่งขัน

5. หาไอดอลไว้เป็นแรงบันดาลใจ

                อันที่จริงทุกคนต่างมีไอดอลทั้งนั้น แต่ไอดอลในการเล่นเทนนิสถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้นักเทนนิสรุ่นเยาว์มีแรงจูงในการพัฒนาฝีมือได้

6. พัฒนาการเล่นอย่างชาญฉลาด

                กีฬาเทนนิสเป็นเกมที่ต้องใช้สมองควบคู่ไปกับความแข็งแรงของร่างกาย การหาแนวทางหรือฝึกฝนวิธีการเล่นให้หลากหลายจนสร้างรูปแบบที่ชัดเจนของตัวเองได้ จะช่วยให้เอาชนะคู่แข่งได้มากขึ้น รวมถึงคาดเดาการเล่นของคู่แข่งได้ดีขึ้น

7. พัฒนาการตี

                นักเทนนิสที่เก่งสามารถที่จะใช้การตีที่แตกต่างกันทั้งเรื่องน้ำหนัก การหมุน ตลอดจนทิศทางเพื่อสร้างความได้เปรียบในระหว่างเล่น ดังนั้นการฝึกตีรูปแบบต่างๆ จนชำนาญจะช่วยให้เล่นงานคู่ต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

                กีฬาเทนนิสสามารถเป็นอนาคตทั้งเรื่องอาชีพและรายได้ของผู้ที่มีความสามารถและมีความตั้งใจจริงในการเล่นเทนนิสได้ หากได้รับการวางพื้นฐานและดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น อนาคตในการยึดกีฬาเทนนิสเป็นอาชีพก็สามารถเกิดขึ้นจริงได้ไม่ยาก

เทศกาลเคลย์คอร์ท สองเดือนแห่งการชิงจ้าวสนามดิน

สนามเทนนิสถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะส่งผลให้นักเทนนิสสร้างผลงานที่ดีหรือไม่ดีได้ ปัจจุบันการแข่งขันของวงการเทนนิสโลกถือว่าได้จัดวางลำดับการแข่งขันให้สอดคล้องกับรายการใหญ่ของทั้งฝ่ายชายและหญิง

รอบการแข่งขันของ ATP และ WTA ในแต่ละปีจะเริ่มต้นด้วยการไปชิงแชมป์แกรนด์ สแลมแรกที่ออสเตรเลี่ยน โอเพ่นในเดือนมกราคม ก่อนที่จะมีรายการแข่งขันบนฮาร์ดคอร์ทต่อเนื่องมาถึงเดือนมีนาคมและจบลงด้วยรายการระดับรองจากแกรนด์ สแลมคือ ATP Masters และ WTA Premiers ฝ่ายละสองรายการคืออินเดียน เวลล์สและไมอามี่ โอเพ่น ที่ฟลอริด้า

ทันทีที่รายการที่ฟลอริดาจบ การแข่งขันจะเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายนกับการต่อสู้บนสนามดินสีแดงซึ่งเรียกว่าเคลย์คอร์ทหรือคอร์ทดินนั่นเอง

แม้จะเรียกว่าคอร์ทดิน แต่ทุกวันนี้พื้นสนามของเคลย์คอร์ทจะเป็นอิฐบดละเอียดหรือหินกรวดบดละเอียด โดยจะต้องมีคุณสมบัติไม่อมน้ำหรือซับน้ำ และเป็นสนามที่มีการกระดอนแตกต่างจากสนามชนิดอื่นมากที่สุดเพราะนอกจากกระดอนช้าแล้วยังกระดอนสูง เมื่อเป็นแบบนี้การแข่งขันรายการใหญ่สุดของคอร์ทดินที่โรล็องต์ การ์รอสหรือศึกเฟร้นช์ โอเพ่นจึงเป็นเวทีที่เหมาะสมในการหาเจ้าแห่งสนามดิน

ก่อนจะไปถึงโรล็องต์ การ์รอสในปลายเดือนพฤษภาคม จะมีรายการแข่งขันบนคอร์ทดินต่อเนื่องไปทุกสัปดาห์จนกว่าจะถึงแกรนด์ สแลม ซึ่งระหว่างทางก็มีรายการเก็บคะแนนสำคัญบนคอร์ทดิน ทั้งที่มาดริดและโรมต่อคิวให้ทุกคนพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถแสดงฝีมือได้ดีแค่ไหน เมื่อต้องเล่นบนสนามที่ลูกวิ่งช้า และต้องอาศัยทักษะสไลด์เท้าเพื่อเล่นลูกเพราะไม่สามารถหยุดได้แบบมั่นคงเหมือนสนามหญ้าหรือปูน

ที่ผ่านมาคอร์ทดินถือเป็นของชอบสำหรับนักเทนนิสบางคนและเป็นของสแลงสำหรับคนอื่นๆ ราฟาเอล นาดาลกับชูสติน เอแน็งต์ที่ต่างคว้าแกรนด์ สแลมที่โรล็องต์ การ์รอสมาได้หลายสมัยถูกยกขึ้นมาเป็นแถวหน้าของพวกชอบคอร์ทดิน โดยเฉพาะนาดาลที่เป็นเจ้าของสถิติชนะต่อเนื่องบนคอร์ทดิน 81 เกม และครองแชมป์เฟร้นช์ โอเพ่นไป 11 ครั้ง เขาคือเทพเจ้าแห่งสนามดินโดยแท้

หลายครั้งที่คะแนนสะสมของนักเทนนิสที่ถนัดเคลย์คอร์ทพุ่งพรวดขึ้นมา นั้นเพราะพวกเขาสามารถการันตีแต้มสะสมที่จะได้จากการลงเล่นในสนามที่ตัวเองถนัดเป็นพิเศษ ผิดกับสนามอื่นที่สู้กันค่อนข้างสูสีกว่า และเพื่อลดช่องว่างตรงนั้นนักเทนนิสที่ไม่ถนัดก็ต้องพยายามเล่นบนคอร์ทดินให้ดีขึ้นและแน่นอนขึ้น ที่สำคัญคือเรื่องของจิตใจที่ต้องเล่นเกมยืดเยื้อให้ได้

สองเดือนระหว่างเมษายนไปจนสิ้นพฤษภาคมคือเวลาที่ใช้ค้นหาราชาและราชินีคอร์ทดิน เป็นอีกอารมณ์หนึ่งที่แฟนเทนนิสจะได้สัมผัส และมันคือสีสันการแข่งขันช่วงที่สองของปฏิทินเทนนิสประจำปี ก่อนจะปิดฉากที่โรล็องต์ การ์รอสและเปลี่ยนไปสู่สนามหญ้าที่มีปลายทางเป็นวิมเบิลดันต่อไป

เมื่ออินเดียน เวลล์ 2019 คือเวทีแจ้งเกิดของดาวรุ่งรุ่นต่อไป

รายการแข่งขันเทนนิสมาสเตอร์ที่แคลิฟอร์เนียปีนี้ คือเครื่องพิสูจน์ว่าอะไรก็เป็นไปได้ เพราะสองแชมป์ทั้งชายและหญิงต่างสร้างปรากฏการณ์พลิกล็อคในนัดชิงชนะเลิศด้วยกันทั้งคู่

ศึกอินเดียน เวลล์ส มาสเตอร์ในรายการ BPN Paribas Open กลางเดือนมีนาคมกลายเป็นที่ฮือฮา เมื่อนัดชิงชนะเลิศฝ่ายชายจบลงด้วยการที่เจ้าของแชมป์แกรนด์ สแลม 20 รายการอย่างโรเจอร์ เฟเดอร์เรอร์พ่ายไป 1-2  เซตรวดให้นักเทนนิสออสเตรียวัย 25 โดมินิค เตียม ซึ่งยังไม่เคยชนะรายการมาสเตอร์ 1000 มาก่อนได้นับหนึ่งเป็นครั้งแรก

ก่อนหน้านี้เตียมแทบจะหาฟอร์มการเล่นที่ดีไม่ได้เลยในหลายทัวร์นาเมนต์ การเตรียมตัวและลงเล่นที่แคลิฟอร์เนียตลอด 10 วันจึงเหมือนเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แม้กระทั่งหลังจากได้ชัยชนะเหนือเฟเดอร์เรอร์และคว้าแชมป์ได้ เขาก็ยังคงพูดว่าทั้งหมดนี่เหมือนไม่ใช่เรื่องจริงอยู่ดี

หากการเอาชนะเฟเดอร์เรอร์และคว้าแชมป์มาสเตอร์รายการแรกตั้งแต่เทิร์นโปรสู่มืออาชีพของเตียมดูไม่ใช่เรื่องจริง การคว้าแชมป์ของเบียงก้า อันเดรสคูก็น่าจะเป็นเทพนิยายเรื่องใหม่ของรายการเอทีพีทัวร์

สาวน้อยชาวแคนาดาวัย 18 ปีผ่านเข้ารอบมาในฐานะมือไวลด์การ์ด ต้องลงเล่นตั้งแต่รอบ 128 คนและฝ่าฟันผ่านนักเทนนิสแรงค์กิ้งสูงกว่าคนแล้วคนเล่ามาได้ รวมถึงการพลิกเอาชนะเอลิน่า สวิโตลิน่า มือวางอันดับ 6 โลก 2-1 เซต แต่คู่แข่งที่ยืนรออยู่ในรอบชิงอย่างอันเจลิค แคร์เบอร์ มือวางอันดับ 8 ของโลกก็ทำให้ทุกคนเชื่อว่าเธอคงทำได้ดีสุดแค่เข้าชิงเท่านั้น

ในเกมนัดชิงเบียงก้าสามารถขึ้นนำได้ก่อนอย่างเซอร์ไพรซ์ แต่แคร์เบอร์ก็ตามเอาคืนได้ รวมถึงในเซตสุดท้ายที่เบียงก้ามีอาการบาดเจ็บที่ขา ถึงอย่างนั้นเธอก็กัดฟันสู้กับนักเทนนิสหญิงที่ได้ชื่อว่าฟิตที่สุดคนหนึ่งของวงการปัจจุบันและเอาชนะไปได้อย่างพลิกล็อค เป็นผู้เล่นที่ไม่ได้เป็นมือวางคนที่ 4 ที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้ โดยคนล่าสุดที่เพิ่งทำไปในปี 2018 ก็คือนาโอมิ โอซากะ ผู้เล่นที่เดินทางล่วงหน้าไปสู่แชมป์รายการที่ยิ่งใหญ่กว่า ซึ่งแน่นอนว่าเบียงก้าก็หวังจะเขียนเรื่องราวเช่นนั้นบ้าง

เบียงก้า อันเดรสคูได้รับชัยชนะที่เหลือเชื่อ ปีที่แล้วเธอยังลงเล่นรายการเล็กๆ ของ WTA ชิงเงินรางวัลอย่างมาก 25,000 เหรียญพร้อมกับทำอันดับได้แค่ที่ 178 ของโลก แต่ตอนนี้เธอเป็นแชมป์รายการสำคัญ รับเช็คเงิน 1.35 ล้านเหรียญแถมกระโดดขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 30 ของโลก ได้อย่างน่าตื่นตะลึง และหากมองย้อนไปถึงบรรดาดาวรุ่งที่เคยเอาชนะที่นี่ทั้งโมนิก้า เซเลส, มาร์ติน่า ฮินกิ้สและวีนัส วิลเลี่ยมที่ชนะเลิศได้ตอนอายุเท่าๆ เธอ ในเวลาต่อมาทุกคนต่างกลายเป็นยอดนักเทนนิสเบอร์ต้นของโลกทั้งนั้น การคาดหวังถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้

อินเดียน เวลล์สกับผลงานของบรรดาดาวรุ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง อาจจะกลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้เล่นหน้าใหม่ๆ และอายุน้อยๆ ตั้งเป้าประสบความสำเร็จตามอย่างบ้าง ซึ่งมันต้องมีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นในอนาคตอีกแน่ ถึงตอนนั้นก็ต้องมารอดูกันว่าใครจะเป็นดาวดวงใหม่ต่อไป 

ข้อดีของเล่นเทนนิสกับการยืดชีวิตไป 10 ปี

การได้ออกกำลังกายช่วยให้มนุษย์เราร่างกายแข็งแรงขึ้น และนั่นก็ส่งผลโดยตรงต่ออายุของคนเรา หากว่าเราแข็งแรงดี มันก็มีโอกาสที่เราจะมีชีวิตยืนยาวได้ และในบรรดากิจกรรมทั้งหลายที่เป็นการออกกำลังกาย (ไม่ใช่เล่นแบบเล่นกีฬา) เทนนิสคือเบอร์หนึ่งในการยืดอายุให้ยาวนานขึ้นถึง 10 ปี

ทำไมเทนนิสถึงเป็นการออกกำลังกายที่ยืดอายุผู้คนได้มากที่สุด? เรื่องนี้มีการทำวิจัยที่เดนมาร์กโดยปีเตอร์ สนอรห์ และเพื่อนร่วมวิทยาลัย พบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการออกกำลังกายด้วยวิธีการอื่น เทนนิสสามารถยืดอายุผู้เล่นได้มากกว่า

ส่วนที่ถูกเอามาเป็นเกณฑ์ในการวิจัยคือเรื่องการทำงานของหลอดเลือดและหัวใจ โดยศึกษาลงไปที่กลุ่มผู้ร่วมทดสอบซึ่งมีอายุตั้งแต่ 75 ปีขึ้นไปในการออกกำลังกายด้วยการเล่นเทนนิส ว่ายน้ำ เล่นแบดมินตัน ปั่นจักรยาน วิ่งจ็อกกิ้ง เล่นเพาะกายหรือทำกิจกรรมสุขภาพของคลับพวกแอโรบิกหรือเต้นรำ ผลปรากฏว่าหลังจากเทียบผลจากรายงานของการศึกษาโรคหัวใจของประชากรในโคเปนเฮเก้น เมืองหลวงของเดนมาร์กกว่า 20,000 คน ซึ่งใช้ชีวิตและออกกำลังกายสม่ำเสมอตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ถึงปี 2017 พวกเขามีอายุเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ออกกำลังกายเลย

ในผลการศึกษานั้น เทนนิสเป็นการออกกำลังกายที่ส่งผลต่อค่าเฉลี่ยอายุที่สูงขึ้น 9.7 ปี ตามด้วยแบดมินตัน 6.2 ปี ฟุตบอล 4.7 ปี การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำหรือเล่นเพาะกายช่วยยืดออกไปได้ในช่วง 3-4 ปีเท่านั้น

ปีเตอร์ สนอรห์กล่าวว่าเขาค่อนข้างประหลาดใจกับผลที่ออกมา แต่มันก็สอดคล้องกับการศึกษาที่ทำโดยนักวิจัยชาวอังกฤษก่อนหน้านี้ซึ่งผลวิจัยสรุปว่า กลุ่มคนที่ออกกำลังกายด้วยการเล่นอุปกรณ์ที่ใช้ไม้แร็คเก็ตต่างๆ จะได้ประโยชน์ด้านสุขภาพมากกว่า โดยที่ตามมาคือการออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำหรือแอโรบิก

ในการหาคำตอบว่าทำไมการเล่นเทนนิสหรือแบดมินตันจึงช่วยยืดอายุผู้เล่นได้มากกว่า คำตอบดูเหมือนจะเป็นเรื่องของการที่ร่างกายต้องตอบสนองต่อการทำงานสลับระหว่างเร่งอัตราการทำงานของร่างกายแบบปัจจุบันทันด่วนในจังหวะตีหรือออกแรงกับการเคลื่อนไหวอย่างผ่อนคลาย ซึ่งแตกต่างจากการวิ่ง ว่ายน้ำ หรือแอโรบิกที่จะเป็นการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอในช่วงเวลายาวๆ

“การออกแรงช่วงสั้นๆ ซ้ำๆ ของการออกกำลังกาย หรือใช้พลังงานระดับสูงเป็นช่วงสั้นๆ ดีกว่าการออกแรงปานกลางอย่างต่อเนื่อง หรือกินเวลานานๆ” นักวิจัยได้เขียนไว้แบบนั้นในหนังสือที่ตีพิมพ์ในอังกฤษ

เรื่องอายุยืนจากการออกกำลังกายโดยการเล่นเทนนิสนั้นยังไม่สามารถฟันธงอย่างชัดเจนลงไปได้ แต่เมื่อเปิดสถิติอายุของนักเทนนิสที่อยู่ในสมาคมเทนนิสของสหรัฐอเมริกาออกมาดู พวกเขามีกระทั่งลีกสำหรับนักเทนนิสสูงอายุรุ่น 85 ถึง 90 ปีที่เล่นอย่างแพร่หลายและที่สำคัญ รุ่นที่อายุ 90 ปีขึ้นไปก็มีด้วย

อาจจะกล่าวไม่ได้ว่าเทนนิสช่วยยืดอายุไขผู้ออกกำลังกายให้ยืนยาวขึ้นได้แค่ไหน แต่จากข้อมูลก็น่าจะช่วยให้มั่นใจได้ว่า การออกกำลังกายด้วยการเล่นเทนนิสเป็นประจำจะต้องดีต่อคนเล่นแน่นอน

5 ของกินที่เป็นสัญลักษณ์ของวิมเบิลดัน

เทนนิสวิมเบิลดันถือเป็นรายการเก่าแก่และเต็มไปด้วยธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดต่อกันมานาน ในสายตาแฟนเทนนิสที่มองวิมเบิลดันเป็นหนึ่งความบันเทิงใจ พวกเขาพร้อมที่จะลงตารางเวลาเพื่อไปดื่มด่ำความสุขจากเกมการแข่งขันแต่ละปีอย่างไม่เสียดาย

การเข้าชมเทนนิสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของโลก นอกจากความบันเทิงจากการแข่งขัน เรื่องของกินก็ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งสิ่งที่แฟนเทนนิสไม่ควรพลาด และนี่คือ 5 ของกินที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเทนนิสวิมเบิลดันโดยแท้

1. สตรอเบอร์รี่และครีม

นี่คือเมนูคลาสสิคและเบสิคที่สุดที่จะต้องหาทานให้ได้เมื่อมาร่วมชมศึกเทนนิสวิมเบิลดัน ด้วยสตรอเบอร์รี่สดๆ ลูกโตๆ ที่เสิร์ฟพร้อมกับครีมสดเต็มถ้วย มันคือของกินง่ายๆ แต่อร่อยมากสำหรับช่วงเวลาที่วิมเบิลดัน

2. พิ้มม์คัพ (Pimm’s Cup)

ถ้าจะมองหาเครื่องดื่มที่เป็นของคู่การแข่งขันล่ะก็ต้องยกให้เจ้านี่ ด้วยความที่เป็นเครื่องดื่มที่ถูกยกเป็นอันดับหนึ่งของช่วงซัมเมอร์ที่เกาะอังกฤษ มันจึงกลายเป็นเครื่องดื่มหลักอย่างไม่เป็นทางการของวิมเบิลดันไปเลย ส่วนผสมก็มาจากเหล้าที่ชื่อพิ้มพ์ผสมน้ำมะนาวหรือน้ำมะนาวโซดา แล้วเครื่องแต่งรสชาติที่มีใบมิ้นต์, สตรอเบอร์รี่สดฝาน, แตงกวาสไลด์และส้มสดสไลด์ มันถูกขายมากกว่า 80,000 แก้วทุกปีระหว่างช่วงแข่งขัน

3. แชมเปญ

เป็นเครื่องดื่มที่ถูกสั่งมากที่สุดอีกหนึ่งอย่างในช่วงเวลาของวิมเบิลดัน โดยแต่ละปีมีการจำหน่ายไปมากกว่า 25,000 ขวด ซึ่งสำหรับชาวต่างชาติแล้ว การดื่มแชมเปญก็เพื่อความผ่อนคลายไม่ใช่เพื่อความเมามาย

4. ชายามบ่ายและแซนด์วิช

การดื่มชายามบ่ายซึ่งเป็นช่วงเบรกของการแข่งขัน มันคือธรรมเนียมปฏิบัติของชาวอังกฤษมาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งเมื่อวิมเบิลดันคือการแข่งขันสำคัญในเกาะอังกฤษ การดื่มชายามบ่ายก็กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของแฟนเทนนิสไปด้วย พวกเขาจะสั่งชาร้อนเสิร์ฟพร้อมแซนด์วิชหรือขนมปัง คุกกี้ครีมสด หรืออาจจะมีแชมเปญประกอบมาในเซตด้วยก็ได้

5. ฟิชแอนด์ชิพ

ปลาชุบแป้งทอดและมันฝรั่งทอดคือเมนูที่ถูกยกเป็นอาหารสามัญของชาวอังกฤษ ด้วยความที่มันทำง่ายและเหมาะที่จะทานร้อนๆ ท่ามกลางเวลาที่ค่อนข่างเร่งด่วนระหว่างรอชมเกมการแข่งขัน เมื่อถึงเทศกาลวิมเบิลดัน ฟิชแอนด์ชิพก็คืออาหารจากหลักเบอร์หนึ่งที่ทุกคนไม่พลาด

และทั้งหมดนี้คือเมนูเด็ดที่เป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดัน หากมีโอกาสได้เข้าชมการแข่งขันถึงออล อิงแลนด์ แฟนเทนนิสต้องไม่พลาดที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ของกินประจำวิมเบิลดันถึงจะรู้สึกว่าได้เข้าถึงรายการนี้จริงๆ

หลี่ นา ก้าวแรกของชาวเอเชียในบันทึกของฮอล ออฟ เฟรม

การได้รับบรรจุชื่อเข้าไปอยู่ในฮอล ออฟ เฟรมหรือหอเกียรติยศ ถือเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนักเทนนิสทั่วโลก ซึ่งมีเฉพาะผู้ที่สร้างผลงานอันยอดเยี่ยมในระหว่างการเล่นเทนนิสไว้เท่านั้นที่สามารถได้รับโอกาสนี้ และที่ผ่านมาไม่เคยมีนักเทนนิสเอเชียคนไหนเคยได้รับเกียรติยศนี้มาก่อน

แต่วันที่ 20 กรกฎาคมนี้จะมีนักเทนนิสเอเชียคนแรกที่ได้รับเกียรติบรรจุชื่อไว้ในหอเกียรติยศ เธอคือหลี่ นา

เจ้าของแชมป์แกรนด์ สแลมสองรายการคือเฟร้นช์ โอเพ่น ปี 2011 กับ ออสเตรเลี่ยน โอเพ่น ปี 2014 เปรียบเสมือนผู้ปักธงเกมเทนนิสลงบนแผ่นดินประเทศจีน และเป็นนักเทนนิสหญิงชาวเอเชียที่ได้พิสูจน์ให้เห็นความเป็นนักสู้ทั้งร่างกายและจิตใจอย่างหนักหน่วงในช่วงหลายปีที่เธอเข้าทำการแข่งขัน นักเทนนิสหญิงที่เคยก้าวขึ้นถึงมืออันดับ 2 ของโลกทั้งที่เผชิญปัญหาบาดเจ็บหลังและหัวเข่าอย่างรุนแรงตลอด

ในฐานะนักเทนนิสหญิงชาวเอเชีย หลี่ นาคือความภาคภูมิใจของทุกคน แต่ช่วงเวลาที่เธอต้องขัดแย้งกับทางการจีนก็เป็นเหมือนรอยด่างในชีวิตที่กว่าจะเอาชนะได้ ปัจจุบันหลี่คือต้นแบบที่นักเทนนิสหญิงรุ่นใหม่ของจีนถือเป็นตัวอย่าง และเป็นเป้าหมายในการประสบความสำเร็จตาม

“มันเป็นเกียรติที่น่าเหลือเชื่อมาก” หลี่ นาให้สัมภาษณ์ความรู้สึกครั้งแรกเมื่อได้รับข่าวว่าเธอได้รับการเสนอชื่อเข้าหอเกียรติยศ ซึ่งจะมีพิธีฉลองให้ในช่วงเริ่มแข่งขันออสเตรเลี่ยนโอเพ่น 2019 กลางเดือนกรกฎาคม โดยมีอีกสองยอดนักเทนนิสที่ได้รับเกียรตินี้พร้อมกันคือแมรี่ เพียชและเยฟกินี่ คาเฟลนิคอฟ การได้รับรางวัลนี้ทำให้ทั้งสามคนจะได้มีชื่อรวมในกลุ่มนักเทนนิส 250 คนจาก 23 ชาติที่ได้รับมันไปก่อนหน้านี้ แต่หลี่ นาถือเป็นข่าวใหญ่และเป็นไฮไลท์ของงานอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเธอจะเป็นคนจีนและคนเอเชียคนแรกที่มีชื่อบรรจุอยู่ในนี้

“ฉันต้องการแค่เห็นการเติบโตของวงการเทนนิสในจีน แต่ก็ภูมิใจกับรางวัลที่ได้มากเช่นกัน” หลี่ นาซึ่งเอาชนะการแข่งขันนัดชิงที่โรล็องต์ การ์รอส วันนั้นหลี่ทำให้แฟนกีฬาชาวจีนถึง 100 ล้านคนได้จดจ่ออยู่หน้าจอทีวี และส่งผลให้มีนักเทนนิสจีนเพิ่มขึ้นมากมายจนมีถึง 15 ล้านคนจากที่สมาคมเทนนิสจีนเผยตัวเลขเมื่อไม่นานมานี้  รวมไปถึงผู้เล่นหญิงชาวจีนที่ติดท็อป 65 คนแรกถึง 4 ราย และเด็กชายหญิงชาวจีนสามารถชนะรายการระดับจูเนียร์ที่อเมริกาในปี 2017 และ 2018 ที่ผ่านมาด้วย

จากความสำเร็จในสนามของหลี่ นา ได้ส่งต่อความหวังและแรงผลักดันไปยังนักเทนนิสชาวจีนและชาวเอเชีย ในการที่จะออกไปต่อสู้กับโลกมากขึ้น ความสำเร็จที่เกิดจากความพยายามของเธอจึงเป็นเหมือนก้าวย่างของนักบุกเบิกที่ทำทางไว้ให้รุ่นหลังเดินตาม

เลือกยังไง? ให้ได้ไม้เทนนิสที่เหมาะสมเรากับที่สุด

เทนนิส เป็นหนึ่งในกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากแถวยุโรป แต่กลับไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบสำหรับคนไทยกันสักเท่าไหร่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในเหตุผลสำคัญคือการเลือกใช้อุปกรณ์ที่ดูยุ่งยากแถมยังต้องมาคอยดูแลรักษากันอีก เราเลยอยากจะมาแนะนำว่า หากอยากจะได้ไม้เทนนิสดี ๆ มีวิธีการดูอย่างไรและต้องคำนึงอะไรเป็นปัจจัยหลักกันบ้าง

ดูจากน้ำหนักไม้ก่อน ว่ารับน้ำหนักได้แค่ไหน ?

อย่างแรกที่คุณควรต้องมานั่งวิเคราะห์กันก่อนคือ น้ำหนัก เพราะถึงแม้หลาย ๆ คนอาจจะพอรู้มาว่าน้ำหนักไม้ที่ยิ่งมาก จะยิ่งช่วยทำให้เราสามารถรับความแรงจากบอลที่ตีมาของฝ่ายตรงข้ามได้ดียิ่งขึ้น แต่เดี๋ยวก่อน เพราะถ้าคุณเลือกไม้ที่มีน้ำหนักสูง ๆ แต่ดันถือไม่ไหวมันจะไม่มีประโยชน์อะไรกัน

สิ่งสำคัญคือ การเลือกหาน้ำหนักไม้เทนนิสที่เหมาะสมกับแรงของเราต่างหาก ที่จะช่วยให้คุณสามารถรับบอลที่ฝ่ายตรงข้ามตีมาได้ง่ายขึ้น ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปแล้วน้ำหนักของไม้เทนนิสจะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 310 กรัมโดยประมาณและนั่นคือน้ำหนักที่เหมาะสมสำหรับคุณผู้ชายทั้งหลาย แต่หากคุณเป็นผู้หญิงลองเลือกใช้ไม้ที่มีน้ำหนักสัก 270 ดูสิ แล้วจะพบว่าสามารถตีลูกได้สบายขึ้นเยอะ

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีประสบการณ์ในการเล่นเทนนิสมาพอสมควรแล้ว ขอแนะนำให้ลองไปวัดน้ำหนักไม้ที่ร้านด้วยตัวเองเลยจะดีกว่า เพราะอย่างที่บอกไปข้างต้นว่ายิ่งคุณสามารถถือไม้ที่มีน้ำหนักได้มากเท่าไหร่ จะทำให้คุณตีโต้กับฝ่ายตรงข้ามได้มีอย่างประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และคุณยังใช้ประสบการณ์ตรงนี้เพื่อการวางเดิมพันกีฬาที่ VWIN ได้อีกด้วย ประสบการณ์ที่มากกว่า ก็เพิ่มโอกาสชนะเดิมพันได้มากกว่าเช่นกัน

ขนาดหน้าไม้และความกว้างก็สำคัญไม่แพ้กัน

อย่างที่สองที่คุณควรคำนึงถึงคือ ขนาด ที่จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการสะท้อนลูกที่ถูกตีมา โดยสามารถแบ่งออกเป็น
3 ระดับตามเกณฑ์มาตรฐาน ได้แก่ ขนาด Mid-sized ที่มีความกว้างประมาณ 90 ตารางนิ้ว ขนาด Mid-plus ที่ความกว้างอยู่ที่ประมาณ 100 ตารางนิ้ว และขนาดใหญ่ที่สุดคือ Oversized ที่กว้างตั้งแต่ 105-135 ตารางนิ้วโดยประมาณ

โดยต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า หน้าไม้ที่ใหญ่จะสามารถทำให้คุณตีลูกไปได้ไกลมากยิ่งขึ้น ในขณะที่หน้าไม้ที่เล็กจะช่วยให้สามารถควบคุมลูกบอลได้ดี แต่บอกเลยว่าหน้าไม้ที่เล็กจะตียากกว่ามาก เพราะ Sweet Spot ที่ถือเป็นจุดที่สร้างแรงสั่นสะเทือนและสะท้อนกลับที่ดีที่สุดนั้นจะมีน้อย ซึ่งถ้าคุณยังไม่ช่ำชองในการเล่นมากพอล่ะก็ ขนาด Midplus น่าจะเป็นขนาดที่กำลังเหมาะที่สุดเพราะนำเอาส่วนดีของทั้งสองแบบมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว แถมหากว่ากันจริง ๆ ยังถือเป็นขนาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกด้วย

ในเรื่องของ ความกว้าง ก็ถือเป็นอีกจุดสำคัญที่จะมองข้ามไปไม่ได้ เพราะถ้าไม้เทนนิสที่คุณเลือกใช้มีความกว้างที่สูง มันจะช่วยทำให้ลูกที่คุณตีพุ่งได้แรงยิ่งขึ้น ในขณะที่ถ้าแคบหน่อยจะควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่า

ทีนี้หวังว่า ทุกคนจะสามารถเลือกไม้ได้ตามความเหมาะสมและหันมาลองเล่นเทนนิสเพื่อออกกำลังกายกันมากยิ่งขึ้น เพราะจริง ๆ แล้วกีฬาเทนนิสถือเป็นหนึ่งในกีฬาที่สนุกมากที่สุดอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว อย่าลืมหาโอกาสว่าง ๆ มาเล่นกันดูล่ะ

โคโค่ กับปรากฏการณ์รายได้ของเด็กสาวอายุ 15 ในวงการเทนนิส

สำหรับนักเทนนิสระดับเยาวชนแล้ว ทุกคนต่างพยายามก้าวขึ้นมาเป็นนักเทนนิสอาชีพเพื่อสร้างรายได้จากเงินรางวัลและการเซ็นสัญญากับสปอนเซอร์ก้อนโต แต่สำหรับนักเทนนิสสาวอายุแค่ 15 ปีอย่างโคริ โกฟฟ์ รายได้ของเธออาจจะเป็นบรรทัดฐานใหม่ของนักเทนนิสรุ่นเยาว์

โคริ โกฟฟ์หรือ โคโค่ นักเทนนิสดาวรุ่งของสหรัฐเกิดที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจียในปี 2004 เริ่มจับแร็กเก็ตตอนอายุ 7 ขวบและเลือกย้ายจากแอตแลนตามาเข้าฝึกฝนในอะคาเดมี่ชั้นนำด้านเทนนิสที่ฟลอริดา และเริ่มลงแข่งขันในรายการระดับจูเนียร์ตอนอายุ 8 ขวบ

จังหวะก้าวบนเวทีเทนนิสระดับจูเนียร์ของโคโค่เร็วเหมือนติดจรวด ในตอนที่อายุ 12 ปี โคริ โกฟฟ์คว้าแชมป์จูเนียร์ ออเร้นจ์ โบลว์ครั้งแรกได้ด้วยชัยชนะเจ็ดรอบรวดแบบไม่เสียเซต หากมองย้อนกลับไป รายการนี้ถือเป็นรายการแจ้งเกิดของเหล่านักเทนนิสหญิงคนดัง อาทิ สเตฟี่ กราฟ(1981) โมนิก้า เซเลส(1985) และเจนนิเฟอร์ คาปริอาตี้(1986) ที่ต่างได้แชมป์ที่นี่ตอนอายุ 12 ปีทั้งนั้น ซึ่งต่อมาทั้งหมดคว้าแชมป์แกรนด์ สแลมรวมกันถึง 34 รายการ

โคริ โกฟฟ์สร้างชื่อบนถนนสายเทนนิสระดับเยาวชน ด้วยการเป็นผู้เล่นชาวอเมริกันที่อายุน้อยที่สุดที่ได้เข้าชิงรายการจูเนียร์ ยูเอสโอเพ่น 2017 ด้วยวัยเพียง 13 ปี แม้จะพลาดแชมป์แต่นั่นก็ทำให้เธอถูกกล่าวขานถึงอย่างมาก ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์ในรายการจูเนียร์ เฟร้นช์ โอเพ่น 2018 ที่ฝรั่งเศสด้วยวัยเพียง 14 ปี พร้อมขยับขึ้นเป็นมือหนึ่งในรุ่นเยาวชนหลังการแข่งขันวิมเบิลดันจบลง

ชื่อเสียงและความสามารถที่ถูกมองว่าจะพาเธอขึ้นไปเป็นหนึ่งในสุดยอดของนักเทนนิสหญิงโลก นำพาบรรดาสปอนเซอร์ให้เดินเข้ามาเจรจาด้วย ซึ่งของขวัญในวัยเพียง 15 ปีของโคริ โกฟฟ์คือสัญญาจากนิวบาลานซ์ที่กล้าทุ่มสู้กับไนกี้เพื่อแลกลายเซ็นของโคริและการเปลี่ยนมาใช้แบรนด์นิวบาลานซ์หลังจากนี้

การแข่งขันรายการไมอามี่ โอเพ่น ในเดือนมีนาคม 2019 โคริได้รับไวลด์การ์ดให้เข้าร่วมแข่งขันระดับอาชีพ และเป็นรายการแรกที่มาพร้อมสปอนเซอร์เต็มรูปแบบของเธอ บาริลล่า กรุ๊ป บริษัทอิตาเลี่ยนพาสต้ายักษ์ใหญ่จากอิตาลีที่คว้าพื้นที่บนเสื้อ ผลิตภัณฑ์รองเท้าและแร็คเก็ตจากนิวบาลานซ์ รวมมูลค่าสปอนเซอร์ที่เด็กสาวได้มาอย่างน้อย 1 ล้านเหรียญ ยึดอันดับ 10 ของนักเทนนิสหญิงทั่วโลกที่ได้รับค่าเซ็นสัญญาจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยต้องไม่ลืมว่าเธอยังไม่เคยชนะรายการ WTA Tour ระดับอาชีพแม้แต่ครั้งเดียว

ด้วยเงื่อนไขเรื่องอายุที่ยังไม่ถึง 18 ปี ทำให้โกฟฟ์จะยังไม่สามารถลงเล่นเต็มเวลาในระดับอาชีพได้ แต่ Team8 ผู้ดูแลด้านภาพลักษณ์และการตลาดของโกฟฟ์เชื่อมั่นว่าพวกเขาจะเดินหน้าตามแผนการที่ทำให้นักเทนนิสสาวแห่งอนาคตรายนี้ก้าวขึ้นไปมีรายได้อย่างงดงามไม่แพ้เซเรน่า วิลเลี่ยม นักเทนนิสวัย 35 ปีที่เป็นไอดอลของโคโค่ ซึ่งมีรายได้ปีล่าสุด 18 ล้านเหรียญจากสัญญาของบรรดาสปอนเซอร์ได้แน่นอน

เมื่อเด็กสาวที่ถูกคาดหวังว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นอนาคตใหม่ของวงการเทนนิสโลกได้รับการสนับสนุนและทุ่มเงินคว้าตัวเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยเม็ดเงินก้อนโตได้ตั้งแต่อายุแค่ 15 ปี มันก็ต้องไม่ใช่คนแรกและคนเดียวที่จะทำเช่นนี้ และเมื่อมีคนที่สองตามมา บรรทัดฐานเรื่องค่าเซ็นสัญญาของโกฟฟ์ก็น่าจะทำให้รายได้ของนักเทนนิสเยาวชนเปลี่ยนไป

Navigation