Category: นักกีฬาเทนนิส

หนังสือการ์ตูนที่จุดประกายความฝันสำหรับผู้ที่อยากเป็นนักกีฬาเทนนิส

สมัยวัยเด็กสิ่งที่หลายคนมักถูกถามอยู่เสมอคงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า “โตขึ้นแล้วอยากเป็นอะไร” ซึ่งในตอนเด็กทุกคนมักจะตอบกันในไม่กี่อาชีพที่รู้จัก โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอาชีพที่รับรู้จากการเริ่มต้นเรียนรู้ชื่ออาชีพตามโรงเรียนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น คุณครู ตำรวจ ทหาร หรือคุณหมอ ทั้งหมดมักเป็นคำตอบอันดับหนึ่งของทุกคนในสมัยเด็ก หลังจากนั้นพอเริ่มเติบโตขึ้น ทุกสิ่งแวดล้อมรอบตัวรวมถึงการเรียนรู้ได้เปลี่ยนแปลงไปตามการเติบโตของชีวิต ทำให้สิ่งที่อยากเป็นในวัยเด็กอาจจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาที่มากขึ้นไปจนถึงการที่ได้อยากจะทำอาชีพนั้นอย่างแท้จริง

สิ่งแวดล้อมมากมายที่เข้ามาแทรกซึมสอนสั่งระหว่างการดำเนินชีวิตมีด้วยกันหลายรูปแบบ ทั้งจากการเรียนหนังสือ จากทางโทรทัศน์ รวมไปถึงจากทางหนังสือการ์ตูนอีกด้วย และสำหรับในกีฬาเทนนิสนั้นสิ่งที่จุดประกายให้ผู้คนต้องการก้าวไปเป็นนักกีฬาอาชีพนอกจากจะได้สัมผัสจากทางการเรียนรู้ และจากทางโทรทัศน์แล้ว หนังสือการ์ตูนยังเป็นอีกเส้นทางของประกายความฝัน ที่จะผลักดันให้กีฬาเทนนิสได้มีผู้สืบสานกีฬาชนิดนี้มากขึ้นต่อไปในอนาคต

โดยหนังสือการ์ตูนเกี่ยวกับกีฬาเทนนิสที่เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบันนั้น เป็นหนังสือการ์ตูนที่วาดและผลิตขึ้นจากนักวาดการ์ตูนของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมดถึง 10 เรื่อง ได้แก่  Aim for the Ace!, Love ผู้ชายหัวใจสีชมพู, สู้เพื่อฝันพลังแห่งรัก, GUTs เทนนิสจิ๋วจอมลุย, Stay Gold, Happy!, Softenni, Baby Steps  และ Prince of tennis ที่ซึ่งเป็นหนังสือการ์ตูนกีฬาเทนนิสอันเป็นที่นิยมที่สุดกว่าทุกเรื่อง จนทำให้มีการผลิตภาคที่สองออกมาอย่างต่อเนื่องในชื่อว่า New prince of tennis อีกทั้งเรื่องราวในหนังสือการ์ตูนที่เขียนนั้นเป็นเรื่องราวที่มีการดำเนินเรื่องคล้ายคลึงกับเรื่องราวของนักเทนนิสชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า เค นิชิโคริ มือวางอันดับ 24 ของโลกและเป็นอันดับ 1 ของเอเชียที่สามารถเอาชนะมือ 1 ของโลกอย่างโนวัค โยโควิคได้ถึง 2 ครั้งพร้อมทั้งยังได้เอาชนะ โรเจอร์ เฟเดอร์เรอร์ ไอดอลของตัวเองในการแข่งขันรายการมาดริดโอเพ่นที่สเปนได้อีกด้วย

หลังจากนั้นสื่อต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นได้ตั้งชื่อให้กับ เค นิชิโคริ ว่า Prince of tennis เหมือนกับหนังสือการ์ตูนยอดนิยม ดังนั้นการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทางหนังสือการ์ตูนจึงเป็นอีกหนทางหนึ่งของการจุดประกายความฝันด้วยอรรถรสของลายเส้นอันทรงพลัง ให้ทั้งเด็กและทุกคนได้มีความฝันที่อยากจะเป็นนักกีฬาเทนนิสมืออาชีพให้ได้ก้าวต่อไปในอนาคต เพื่อรักษาและพัฒนาวงการกีฬานี้ให้แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมตราบนานเท่านาน

 

นักกีฬาเทนนิสอาชีพที่หูไม่ได้ยินคนแรกและคนเดียวของโลก

วิธีการเล่นกีฬาเทนนิสนั้นเป็นการเล่นกีฬาที่ต้องใช้ผู้เล่นตั้งแต่สองคนขึ้นไปจนถึงสี่คนในการเล่นกีฬาชนิดนี้  โดยจะต้องใชอุปกรณ์ในการตีลูกเทนนิสที่เรียกว่า แร็กเก็ต ทำการตีโต้ตอบกันไปมาให้ลูกเทนนิสลงไปยังฝั่งแดนฝ่ายตรงข้าม และหากฝั่งใดฝั่งหนึ่งไม่สามารถรับลูกเทนนิส ที่ถูกตีจากฝั่งตรงข้ามโต้ตอบกลับไปได้ จะเท่ากับว่าพ่ายแพ้ในการตีโต้ตอบครั้งนั้น ซึ่งจะตีโต้ตอบกันไปจนกว่าจะแพ้ชนะตามกฎของกีฬาเทนนิส

โดยทักษะที่ใช้ในการแข่งขัน หรือเล่นกีฬาเทนนิสต้องใช้ความแข็งแกร่งของร่างกาย สายตา และสมองเท่านั้น ส่วนหูที่ไว้ใช้สำหรับได้ยินเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถทำให้เพิ่มทักษะในการคาดคะเนความเร็วของเสียงสะท้อนของการตีลูกได้ แต่ถ้าหากหูที่ได้ยินใช้การไม่ได้ ก็ไม่ได้ทำให้ความสามารถในการเล่นหรือการแข่งขันกีฬาเทนนิสหมดไป ซึ่งได้มีการพิสูจน์วิถีทางการเล่นโดยที่หูไม่ได้ยินแล้วว่าเป็นไปได้ จากนักเทนนิสสุดพิเศษ ลี ดัค ฮี นักเทนนิสอาชีพชาวเกาหลีใต้ผู้ซึ่งหูไม่ได้ยินมาโดยกำเนิดคนแรก และคนเดียวของโลกใบนี้

ลี ดัค ฮี นักเทนนิสชายจากดินแดนโสมขาว ประเทศเกาหลีใต้ เป็นนักเทนนิสที่มีความพิการทางหูมาตั้งแต่กำเนิด โดยได้เริ่มฝึกทักษะเทนนิสตั้งแต่อายุ 17 ปี จากบิดาผู้กลายมาเป็นโค้ชส่วนตัว ซึ่งครอบครัวของ ลี ดัค ฮี ได้ฝึกสอนให้ฝึกการพูดภาษาเกาหลีโดนอ่านจากริมฝีปากแบบไม่ใช้ภาษามือในการพูดคุย ทำให้การฝึกกีฬาเทนนิสของ ลี ดัค ฮี เป็นเรื่องที่สามารถเป็นไปได้อย่างไม่ยากเย็น สำหรับในการฝึกซ้อมต่อมาในอนาคตหลังจากที่ได้ฝึกกับบิดาจนสำเร็จนั้น โค้ชเกาหลีที่เป็นผู้ฝึกสอนได้ใช้วิธีการเขียนบนกระดาษ และการพิมพ์บนโทรศัพท์มือถือในการฝึกซ้อมเพิ่มเติม แต่ปัญหาในการเล่นและแข่งขันกีฬาเทนนิสที่ต้องเผชิญในทุกครั้งนั้น คือการไม่สามารถสื่อสารกับผู้ตัดสินและผู้กำกับเส้นได้ในตลอดทั้งเกมส์ เพราะไม่สามารถอ่านริมฝีปากของผู้ตัดสินพร้อมกับการใช้สมาธิแข่งกีฬาไปพร้อมกันได้ จึงทำให้จังหวะในการเล่นที่ต่อเนื่องต้องขาดตอนและเสียท่าฝ่ายตรงข้ามในเกือบทุกครั้งของการแข่งขัน

ในอดีตมีคนเคยพูดกับ ลี ดัค ฮี ว่าไม่สามารถที่จะกลายเป็นนักกีฬาเทนนิสที่เก่งได้เพราะหูหนวก ทำให้เกิดความท้อแท้ขึ้นอย่างมากในจิตใจ และเกือบที่จะตัดสินใจเลิกเดินบนเส้นทางนี้ แต่ด้วยพลังใจที่ต้องการเอาชนะคำสบประมาทเหล่านั้น จึงทำให้ได้เพิ่มการฝึกฝนอย่างหนักและมุ่งหน้าสู่จุดหมายของวงการเทนนิสอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งสามารถพิชิตแชมป์ระดับเยาวชนได้หลายรายการ และได้เข้าแข่งขันรายการ ATP TOUR ได้สำเร็จในเวลาต่อมา พร้อมทั้งได้กลายเป็นนักเทนนิสคนเดียวและคนแรกในโลกที่ได้แชมป์ในกีฬาเทนนิส

 

นักเทนนิสมือวางอันดับหนึ่งที่มีอายุมากที่สุดในโลก

อายุเปรียบเสมือนเครื่องเตือนเวลาของชีวิต ว่ากำลังอยู่ในช่วงจังหวะไหนของการใช้ร่างกายให้เกิดประโยชน์และปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทุกคนคิดเสมอว่าเมื่อเวลาที่มีอายุมากขึ้น ร่างกายภายในส่วนต่าง ๆ จะถดถอยลงตามกาลเวลาในตัวเลขของอายุที่นับมากขึ้นไป แต่ในความเป็นจริงแล้วอายุที่มากขึ้น ร่างกายอาจจะไม่ได้ถดถอยเสมอไป อีกทั้งอาจจะแข็งแรงมากขึ้นด้วย ถ้าหากรู้จักวิธีสร้างศักยภาพของร่างกายให้พัฒนาขึ้นไปตามอายุ เหมือนกับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ที่เป็นนักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ของโลก ในช่วงต้นปี 2018 ซึ่งมีอายุมากถึง 36 ปี

นักเทนนิสผู้ซึ่งมากพรสวรรค์จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ในความเป็นจริงแล้วก่อนที่จะหันมาเริ่มเล่นเทนนิสนั้น เฟเดอเรอร์ได้มีความฝันว่าจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาก่อน และด้วยความสามารถในการเล่นฟุตบอลทำให้มีโอกาสที่จะได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพจริง ๆ อีกด้วย แต่ในท้ายที่สุดได้ตัดสินใจเลือกเดินในเส้นทางของเทนนิสจนมีชื่อเสียงมาจวบจนปัจจุบัน  น

โดยในรายการที่ทำให้เฟเดอเรอร์โด่งดังและเป็นที่รู้จักชองคนทั่วโลก คือรายการศึกวิมเบิลดัน ที่สามารถคว่ำ พีทแซมพราส แชมป์รายการวิมเบิลดัน 7 สมัย มาได้ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ทำให้อันดับโลกพุ่งขึ้นมาอยู่อันดับที่ 13 หลังจากการแข่งขันนั้น ซึ่งต่อมาได้ขยับมาอยู่มือวางอันดับที่ 6 จากการเข้าชิงชนะเลิศในรายการเอทีพี มาสเตอร์ ซีรี่ย์ ได้เป็นครั้งแรก โดยการได้ประชันกับอังเดร อากัสซี่ ยอดนักเทนนิสจากประเทศสหรัฐ และได้เป็นเพียงแค่รองแชมป์ในรายการนั้น จนกระทั่งในปี 2003 ความสามารถที่แอบแฝงมานานได้ออกมาโลดแล่นแพรวพราวอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยการพิชิตชัยชนะได้ถึง 8 รายการ และ หนึ่งในนั้นรายการนั้นคือ วิมเบิลดัน สุดยอดรายการเทนนิสแกรนด์แสลม อีกทั้งยังได้คว้าแชมป์ มาสเตอร์ คัพ ด้วยการถอนแค้น อังเดร อากัสซี่ ได้ในรอบชิงชนะเลิศ จนทำให้ขยับอันดับขึ้นมาเป็นมืออันดับ 2 ของโลก และเวลาที่รอคอยก็มาถึง ในปี 2004 เฟเดอร์เรอร์ ได้ก้าวข้ามความสามารถแบบไร้ขีดจำกัดขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยการคว้าชัยชนะแกรนด์ แสลม ได้ถึง 4 รายการ พร้อมทั้งกลายเป็นมือวางอันดับ 1 ของโลก ที่ไม่แพ้ให้กับนักเทนนิสในอันดับ 1-10 เลยซักราย

ปัจจุบันในปี 2018 โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ มีอายุมากถึง 36 ปี และยังเป็นมือวางอันดับ 1 ของกีฬาเทนนิสด้วยแต้มสะสม 9785 แต้ม แซง ราฟาเอล นาดาล ที่มีแต้มสะสม 9760 แต้ม ทำให้ เฟเดอเรอร์ กลายเป็นนักกีฬาเทนนิสที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของกีฬาเทนนิส ที่ได้เป็นมือวางอันดับ 1 แทนที่ อังเดร อากัสซี่ ที่เคยอายุสูงที่สุด 33 ปี ในปี 2003 ดังนั้นการมีอายุที่มากขึ้นไม่ได้หมายความว่า ทักษะ ศักยภาพหรือพละกำลังจะไม่สามารถแข็งแกร่งเหมือนวัยหนุ่มได้ หากแต่มีกระบวนการฝึก และเตรียมพร้อมที่ดีก็จะสามารถทำให้ทุกอย่างยังคงแข็งแกร่งได้เฉกเช่นดังเดิม

 

การจัดอันดับโลกนักเทนนิสเปรียบเสมือนแสงแห่งความหวังของนักกีฬาเทนนิสทุกคน

การแข่งขันกีฬาเทนนิสเป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับทุกเพศทุกวัยในการรับชมและเฝ้าติดตาม อีกทั้งยังเป็นกีฬาที่ทุกคนยังนำไปฝึกเล่นกันอย่างกว้างขวางด้วยความสนุกสนาน จนกลายเป็นกีฬาที่สามารถเห็นได้ทั่วไปตามสถานที่ออกกำลังกายที่มีคอร์ทสนามเทนนิสตั้งอยู่ และนอกจากนี้กีฬาเทนนิสยังเป็นกีฬาที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กที่เฝ้าติดตามรับชมอยู่ทั่วทุกมุมโลก อยากก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาเทนนิสอาชีพให้ได้ในสักวันหนึ่ง

สำหรับในกีฬาเทนนิสนั้น มียอดฝีมือผู้มีทักษะชำนาญการมากมายในระดับมืออาชีพอยู่ในหลายประเทศ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคัดสรรความเก่งกาจเป็นลำดับชั้นให้สามารถแยกแยะความสามารถในระดับมืออาชีพ ว่าใครอยู่ในระดับใหนของอาชีพกีฬาเทนนิส เพราะว่าลำดับขั้นที่ได้จัดเป็นอันดับนั้น จะทำให้กีฬาเทนนิสมีการพัฒนามากขึ้นต่อไปในอนาคตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อีกทั้งยังเป็นความหวังของนักเทนนิสอาชีพหน้าใหม่ หรือนักเทนนิสมือสมัครเล่นให้ได้มีโอกาสพัฒนาฝีมือของตัวเองให้ก้าวไปในลำดับขั้นต่าง ๆ จนก้าวข้ามไปสู่ยังจุดสูงสุดของคำว่านักกีฬาเทนนิสมืออาชีพให้ได้

สำหรับนักเทนนิสชาย 10 อันดับแรกของโลกที่ถูกจัดตั้งในปี 2018 นี้ได้แก่ อันดับที่ 1 ราฟาเอล นาดาล นักเทนนิสชายจากประเทศสเปน อันดับที่ 2 โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ นักเทนนิสชายจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และอันดับที่ 3 มาริน ซิลิซ จากประเทศโครเอเชีย ทั้ง 3 คนเป็นนักเทนนิสมืออาชีพที่มีทั้งฝีมือและชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของความเก่งกาจในกีฬาเทนนิส ส่วนอันดับที่ 4 ได้แก่  อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ นักเทนนิสจากประเทศเยอรมนี อันดับที่ 5 กริกอร์ ดิมิตรอฟ จากบัลแกเรีย อันดับที่ 6 ฮวน มาร์ติน เดล ปอโตร จากอาร์เจนตินา อันดับที่ 7 โดมินิค เธียม จากออสเตรีย อันดับที่ 8 เควิน แอนเดอร์สัน จากแอฟริกาใต้ อันดับที่ 9 จอห์น อิสเนอร์ จากสหรัฐ อันดับที่ 10 ดาวิด กอฟแฟง จากเบลเยียม ซึ่งอดีตนักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ของโลกในครั้งที่แล้วอย่าง “โนเล” โนวัค ยอโควิช จากประเทศเซอร์เบีย ถูกลดลงไปอยู่อันดับที่ 13 ของโลก

ชีวิตมีขึ้นมีลงตามจังหวะที่เราใช้ในชีวิต เฉกเช่นเดียวกับอันดับของนักกีฬาเทนนิสที่มีขึ้นและลงเช่นกัน โดยการทำดีก็เหมือนกับการฝึกซ้อมที่ดี ที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างคงที่หรือก้าวขึ้นไป ซึ่งในบางครั้งการทำดีหรือการฝึกซ้อมที่ดีอาจจะทำให้ชีวิตและอันดับไม่ได้ดีขึ้นไป แต่ก็จะทำให้จิตใจและฝีมือถูกพัฒนาขึ้นไปทดแทน ดังนั้นการจัดอันดับของกีฬาเทนนิสที่ได้ถูกตั้งขึ้นเปรียบเสมือนแสงสว่าง และแสงแห่งความหวังที่จะนำพาความใฝ่ฝันของผู้ที่อยากเป็นนักกีฬาเทนนิสทั่วโลกก้าวเป็นบันไดขึ้นไปสู่จุดหมายสูงสุดของนักเทนนิสได้ในเวลาที่มาถึง

 

Navigation