เมื่ออินเดียน เวลล์ 2019 คือเวทีแจ้งเกิดของดาวรุ่งรุ่นต่อไป

รายการแข่งขันเทนนิสมาสเตอร์ที่แคลิฟอร์เนียปีนี้ คือเครื่องพิสูจน์ว่าอะไรก็เป็นไปได้ เพราะสองแชมป์ทั้งชายและหญิงต่างสร้างปรากฏการณ์พลิกล็อคในนัดชิงชนะเลิศด้วยกันทั้งคู่

ศึกอินเดียน เวลล์ส มาสเตอร์ในรายการ BPN Paribas Open กลางเดือนมีนาคมกลายเป็นที่ฮือฮา เมื่อนัดชิงชนะเลิศฝ่ายชายจบลงด้วยการที่เจ้าของแชมป์แกรนด์ สแลม 20 รายการอย่างโรเจอร์ เฟเดอร์เรอร์พ่ายไป 1-2  เซตรวดให้นักเทนนิสออสเตรียวัย 25 โดมินิค เตียม ซึ่งยังไม่เคยชนะรายการมาสเตอร์ 1000 มาก่อนได้นับหนึ่งเป็นครั้งแรก

ก่อนหน้านี้เตียมแทบจะหาฟอร์มการเล่นที่ดีไม่ได้เลยในหลายทัวร์นาเมนต์ การเตรียมตัวและลงเล่นที่แคลิฟอร์เนียตลอด 10 วันจึงเหมือนเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แม้กระทั่งหลังจากได้ชัยชนะเหนือเฟเดอร์เรอร์และคว้าแชมป์ได้ เขาก็ยังคงพูดว่าทั้งหมดนี่เหมือนไม่ใช่เรื่องจริงอยู่ดี

หากการเอาชนะเฟเดอร์เรอร์และคว้าแชมป์มาสเตอร์รายการแรกตั้งแต่เทิร์นโปรสู่มืออาชีพของเตียมดูไม่ใช่เรื่องจริง การคว้าแชมป์ของเบียงก้า อันเดรสคูก็น่าจะเป็นเทพนิยายเรื่องใหม่ของรายการเอทีพีทัวร์

สาวน้อยชาวแคนาดาวัย 18 ปีผ่านเข้ารอบมาในฐานะมือไวลด์การ์ด ต้องลงเล่นตั้งแต่รอบ 128 คนและฝ่าฟันผ่านนักเทนนิสแรงค์กิ้งสูงกว่าคนแล้วคนเล่ามาได้ รวมถึงการพลิกเอาชนะเอลิน่า สวิโตลิน่า มือวางอันดับ 6 โลก 2-1 เซต แต่คู่แข่งที่ยืนรออยู่ในรอบชิงอย่างอันเจลิค แคร์เบอร์ มือวางอันดับ 8 ของโลกก็ทำให้ทุกคนเชื่อว่าเธอคงทำได้ดีสุดแค่เข้าชิงเท่านั้น

ในเกมนัดชิงเบียงก้าสามารถขึ้นนำได้ก่อนอย่างเซอร์ไพรซ์ แต่แคร์เบอร์ก็ตามเอาคืนได้ รวมถึงในเซตสุดท้ายที่เบียงก้ามีอาการบาดเจ็บที่ขา ถึงอย่างนั้นเธอก็กัดฟันสู้กับนักเทนนิสหญิงที่ได้ชื่อว่าฟิตที่สุดคนหนึ่งของวงการปัจจุบันและเอาชนะไปได้อย่างพลิกล็อค เป็นผู้เล่นที่ไม่ได้เป็นมือวางคนที่ 4 ที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้ โดยคนล่าสุดที่เพิ่งทำไปในปี 2018 ก็คือนาโอมิ โอซากะ ผู้เล่นที่เดินทางล่วงหน้าไปสู่แชมป์รายการที่ยิ่งใหญ่กว่า ซึ่งแน่นอนว่าเบียงก้าก็หวังจะเขียนเรื่องราวเช่นนั้นบ้าง

เบียงก้า อันเดรสคูได้รับชัยชนะที่เหลือเชื่อ ปีที่แล้วเธอยังลงเล่นรายการเล็กๆ ของ WTA ชิงเงินรางวัลอย่างมาก 25,000 เหรียญพร้อมกับทำอันดับได้แค่ที่ 178 ของโลก แต่ตอนนี้เธอเป็นแชมป์รายการสำคัญ รับเช็คเงิน 1.35 ล้านเหรียญแถมกระโดดขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 30 ของโลก ได้อย่างน่าตื่นตะลึง และหากมองย้อนไปถึงบรรดาดาวรุ่งที่เคยเอาชนะที่นี่ทั้งโมนิก้า เซเลส, มาร์ติน่า ฮินกิ้สและวีนัส วิลเลี่ยมที่ชนะเลิศได้ตอนอายุเท่าๆ เธอ ในเวลาต่อมาทุกคนต่างกลายเป็นยอดนักเทนนิสเบอร์ต้นของโลกทั้งนั้น การคาดหวังถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้

อินเดียน เวลล์สกับผลงานของบรรดาดาวรุ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง อาจจะกลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้เล่นหน้าใหม่ๆ และอายุน้อยๆ ตั้งเป้าประสบความสำเร็จตามอย่างบ้าง ซึ่งมันต้องมีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นในอนาคตอีกแน่ ถึงตอนนั้นก็ต้องมารอดูกันว่าใครจะเป็นดาวดวงใหม่ต่อไป 

Navigation