รู้จัก มวยไทยที่ไม่ได้เป็นแค่ศิลปะป้องกันตัว

กีฬามวยไทยที่คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจ จนกลายเป็นจุดขายอีกอย่างหนึ่งของบ้านเรานั้น มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน นับตั้งแต่ยุคที่เรายังคงทำสงครามกันอยู่เลย ในช่วงเวลานั้น มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ ที่ต้องได้รับการฝึกฝนจากครูบาอาจารย์ และมวยยังเป็นศิลปะป้องกันตัวที่ใช้อวัยวะมาเป็นอาวุธเพื่อป้องกันตัว พร้อมกับใช้เพื่อร่วมทำสงครามในยามจำเป็น ต่อมาจึงมีการแตกแขนงวิชามวยออกไปอีกหลายหลาก ด้วยวิธีการสอนแบบปากต่อปาก ผสมผสานกับองค์ความรู้เฉพาะในพื้นถิ่นนั้น ๆ เกิดเป็นมวยที่มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์ขึ้น เช่น มวยท่าเสา มวยไชยา มวยโคราช เป็นต้น

แม้ว่าภาพภายนอกที่มองเห็น “มวยไทย” จะเป็นกิจกรรมที่เน้นต่อสู้เป็นหลัก แต่เมื่อลงลึกเข้าไปถึงแก่นของมวยไทยจริง ๆ แล้ว กีฬาชนิดนี้ไม่ได้วัดฝีมือกันเพียงแค่ว่า ใครเตะต่อยได้เก่งกว่า แต่มันมีความเป็นศิลปะอันงดงามอยู่ในตัว ท่วงท่าบางอย่างได้รับการประยุกต์มาจากวรรณกรรมบ้าง มาจากเรื่องเล่าและตำนานต่าง ๆ บ้าง แถมยังใช้งานได้จริง มีความรุนแรงอยู่ในความสวยงามนั้นเสมอ นี่จึงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่มวยของชาติอื่นไม่มี

สมาธิและปัญญา หัวใจที่สำคัญกว่าหมัด

ถ้าคิดว่าหมัดหนัก รุกเร็ว กล้าได้กล้าเสีย แล้วจะกลายเป็นนักมวยผู้เก่งกล้า ล้มคู่ต่อสู้ได้ทุกยกไปแล้วหล่ะก็ ต้องบอกเลยว่าคิดผิดอย่างมาก เนื่องจากหัวใจของการใช้ทักษะเชิงมวยของไทย สมาธิและปัญญานั้นสำคัญกว่า ทุกจังหวะการก้าวเข้าทำเกม ต้องรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ เวลาจนแต้ม ต้องรู้จักพลิกแพลงสถานการณ์ เพราะบ่อยครั้งที่การแข่งขันอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิด ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย ปัจจัยแวดล้อม และสภาพจิตใจในวันนั้นที่อาจทำให้เราเสียสมาธิได้ จำเป็นมากที่ต้องใช้ทักษะที่มีอยู่จำนวนมาก ก็ต้องรู้ว่าอะไรควรดึงออกมาใช้เมื่อไรด้วย ถึงจะได้ผล ทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงเป็นสิ่งสนับสนุนให้มวยไทยได้รับการยกย่องว่าเป็น ศิลปะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมและควรค่าแก่การศึกษา

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน มวยไทยก็เปลี่ยน

คนรุ่นใหม่มีมุมมองเกี่ยวกับมวยไทยเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก ภาพความบ้าบิ่นในการต่อสู้บนสังเวียนนั้นลดน้อยลง แต่สื่อสารไปในเชิงช่องศิลปะมากกว่าเดิม ซึ่งก็มีข้อดีตรงที่ ทำให้เราได้เห็นว่าจริง ๆ แล้วมวยไทยก็อ่อนช้อยและมีจุดแข็งที่นำมาต่อยอดได้อีกมาก เรายังเห็นการนำมวยไทยมาประยุคใช้ในการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก การเรียนมวยเพื่อสุขภาพ ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่การวัดฝีมือกันเพียงอย่างเดียว และการนำเสนอมวยไทยในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์ งานนิทรรศการ เกมกีฬาที่ดัดแปลงให้มีความรุนแรงน้อยลงแล้ว ตลอดจนสินค้าของที่ระลึกต่าง ๆ มันทำให้คนทั่วไปเข้าถึงมวยไทยได้ง่ายขึ้น ไม่มีการตั้งกำแพงให้มวยไทยเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มคนอีกต่อไป

Navigation